fbpx

ฮวัง ดงฮยอก เรื่องราวของผู้สร้าง Squid Game เล่นลุ้นตาย

Hwang Dong-Hyuk หรือ ฮวัง ดงฮยอก ผู้สร้างสควิดเกม เผยประสบการณ์เกี่ยวกับ “ช่วงชีวิตที่มีปัญหาทางการเงินและบทหนังของเขาที่เสนอที่ไหนก็ไม่ผ่านจนต้องขายแลปทอปประทังชีวิต” สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สายผลิตด้วยกันจนถึงจุดกระแสทฤษฎีของแฟนซีรีส์ที่ว่าด้วยการเป็นผู้รอดจากเกมในชีวิตจริงแล้วออกมาเล่าสู่สายตาชาวโลก 

ความสำเร็จของ Squid Game เล่นลุ้นตาย ซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุดตลอดกาลของประวัติศาสตร์บน Netflix แม้ว่าตัวเนื้อเรื่องเองจะมีความไม่สมจริง หรือเรียกได้ว่า เว่อ แต่กลับแฝงไปด้วยความจริงของชีวิตหลายประการ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับผู้สร้าง การเดินทางของเขา ก่อนที่จะมาถึงช่วงเวลาที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกอย่างปัจจุบันนี้

ฮวัง ดงฮยอก จบการศึกษามาจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ด้วยปริญาตรีด้านการสื่อสาร ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ด้านหลักสูตรสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์ ในระหว่างนั้นเขาก็เริ่มต้นเส้นทางการเป็นผู้กำกับด้วยหนังสั้นหลากหลายเรื่อง ก่อนขยับมาเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก คือ My Father ในปี 2007 เกี่ยวกับลูกชายที่ถูกรับเลี้ยงในต่างประเทศ แล้วกลับมาตามหาพ่อผู้ให้กำเนิดที่เกาหลีใต้ แล้วพบว่ากำลังจะถูกตัดสินประหารชีวิต 

จากนั้นในปี 2008 เขามีอีกบทหนึ่งในมือ แต่ครั้งนี้ แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาผู้สนับสนุนให้บทนั้นถูกทำเป็นภาพยนตร์ออกมาได้ ในช่วงนั้นเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการอ่านหนังสือการ์ตูนมังงะ ในร้านกาแฟเพื่อฆ่าเวลา จนได้คุ้นเคยไปกับเนื้อเรื่องแนวเกมเอาตัวรอด จนเกิดความรู้สึกที่ว่า ถ้าตัวเขาเองได้เข้าไปเล่นเกมเหล่านี้เพื่อเอาเงินก้อนใหญ่ออกมาแก้ชีวิตที่มีปัญหาด้านการเงินนี้ได้คงดีไม่น้อย นาทีนั้นเองที่เป็นจุดสำคัญ จุดที่กำเนิดซีรีส์ขวัญใจชาวโลก ณ วันนี้ ด้วยความคิดที่ว่า “ก็แล้วทำไมเขาไม่สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ในฐานะคนเขียนบทไปเลยล่ะ”

ซีรีส์ที่สร้างด้วยเส้นเรื่องการเข้าไปเล่นเกมเอาตัวรอดเสี่ยงชีวิตเพื่อเงินก้อนใหญ่ ถูกเขียนจนเสร็จสิ้นในปี 2009 แต่ชะตาเดิมก็ยังตามมาย้ำเตือนเขา เพราะไม่ว่าจะไปเสนอเรื่องนี้ที่ไหน ก็ถูกปฏิเสธทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลที่คล้ายกันว่า รุนแรง และเข้าใจยากมากเกินไป ด้วยความพยายามที่ไม่เป็นผล และปัญหาทางการเงินที่แย่ลงทุกวัน จนกลายเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของเขา จากคำกล่าวของฮวัง ดงฮยอกเอง ไม่พอแค่นั้นชีวิตรักของเขาก็ต้องเลิกราด้วยเหตุผลที่เขากล่าวไว้ว่าไม่สามารถดูแลแฟนได้ดีเท่าที่ควร 

เกือบสิบปีผ่านไป บทถูกอนุมัติโดย Netflix หลังจากหลายปีของความพยายาม และได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ภายในไม่กี่วันของการเปิดตัว แต่ความสำเร็จนี้ไม่ได้ได้มาเพียงความพยายามชั่วข้ามคืน ไม่ใช่เรื่องแรกของเขา ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ เพราะในระยะเวลาเกือบสิบปีนี้ก็ไม่ได้หายไปไหน เขาได้สร้างชื่อ พิสูจน์ความสามารถผ่านภาพยนตร์เรื่องอื่นไปด้วย 

Silenced 2011 เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในชีวิตของเขา สร้างมาจากเรื่องจริงในเกาหลีใต้ เรื่องราวของโรงเรียนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ที่เด็กนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยครู เขาได้ตีแผ่ความเป็นจริงอันน่าโหดร้ายนี้ผ่านภาพยนตร์ที่เป็นสื่อที่ใกล้ชิดกับประชาชนและสร้างการพูดถึงของคนในสังคมเป็นวงกว้าง จนเกิดการรณรงค์ และ รื้อแก้กฎหมาย

Miss Granny 2014 หลังจากที่เขาถูกจดจำว่ามีเอกลักษณ์ของการพูดถึงเรื่องปัญหาทางสังคมเพราะภาพยนตร์สองเรื่องก่อหน้า แต่ด้วยตัวตนของเขาที่เป็นคนสนุก เลยหันมาลองทำแนวตลก เนื้อเรื่องเบา ชวนหัวเราะ สร้างความสุขให้คนดูบ้าง 

The Fortress 2017 แนวพีเรียดเกี่ยวกับการบุกเกาหลี ทั้งสามเรื่องต่างก็ได้รางวัลหรือผลตอบรับที่ดี เป็นการย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ได้หายไปเกือบ10ปี รอจังหวะอยู่เฉยๆแล้วมาแจ้งเกิดที่ Squid Game เลย

ความมสำเร็จของ Squid Game นอกจากจะมีแรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาของชีวิตจริง ที่ตัวเขาเองก็ประสบกับปัญหาทางด้านการเงินไม่ต่างจากตัวละครในเรื่อง และเกมจากวัยเด็กของคนเกาหลีใต้ เขาได้เปิดเผยในบทสัมภาษณ์กับ The Hollywood Reporter เพิ่มอีกว่า แท้จริงแล้ว ชื่อของตัวละครก็มาจากคนในชีวิตจริงของเขาเอง อีกทั้งตัวตนของพระเอกที่ติดพนันก็มาจากตัวเขาในช่วงปี 2008 ที่เขาก็หันไปพึ่งการเสี่ยงดวงด้วยการแทงม้า หรือพนันการแข่งม้า หวังว่าจะสามารถหาเงินจากวิธีนี้ได้  และเมือง ซังมุนดงบ้านเกิดของตัวเอกในเรื่องก็เป็นบ้านเกิดของเขาเอง 

เรื่องราวการต่อสู้กับชีวิต มีความหวังต่อความฝันจนมันกลายเป็นความจริง เป็นดั่งแรงบันดาลใจให้กับสายผลิตที่ก็เจอกับปัญหาทั้งทางการเงิน และการไม่ถูกยอมรับจากผลงานของตนที่ตั้งใจสร้าง ให้ยังมีความหวังต่อไป และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง 

แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดทฤษฎีของแฟนๆที่ตั้งคำถามเชิงแซวต่อชีวิตของเขาในปี 2008 ว่า “เขาเกือบจะถูกชวนไปเล่น Squid Game แล้วเชียว” ด้วยคำถามนี้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของชาวเน็ตต่อไปอีกว่า “หรือจริงๆแล้ว ในช่วงนั้นเขาได้เข้าไปเล่นจริงๆ เป็นผู้ชนะออกมาพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ แล้วตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ ผ่านซีรีส์?” ยังคงเป็นปริศนาต่อไปให้ได้จินตนาการ

แล้วความจริง ฮวัง ดงฮยอกต้องการจะบอกอะไรกันแน่? 

“ผมอยากให้คนที่ดูได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า พวกเขากำลังใช้ชีวิตอย่างไรอยู่ เป็นใครท่ามกลางตัวละครเหล่านั้น และโลกแบบไหนกันที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่?” ฮวังกล่าวในบทสัมภาษณ์ของ  The Hollywood Reporter 

แม้ในช่วงแรกของซีรีส์จะดูเกินจริง แต่ เมื่อดูต่อไปจะเริ่มมีอารมณ์ร่วม ผูกพันธ์กับตัวละคร เริ่มเชียร์หรือชังใครบางคน จนกำแพงของความเกินจริงเริ่มเบาบางลง เริ่มรู้สึกถึงความสมจริง แล้วคิดเชื่อมโยงเนื้อเรื่องเข้ากับชีวิตจริง เขากล่าวว่าด้วยวิธีนี้ คนดูจะสามารถรับสารบางอย่างจากภาพยนตร์ไปได้ 

ด้วยตอนจบที่หลายคนอาจพอใจหรือไม่พอใจ แต่เขามีความตั้งใจไม่อยากให้พระเอก หรือคนดู ถูกดึงจนจมไปกับกระแสการแข่งขันของสังคม แต่เริ่มคิดว่าใครกันแน่เป็นผู้สร้างระบบทั้งหมดนี้ขึ้นมา แล้วหันไปเผลิญหน้ากับมัน 

เพราะไม่ว่าสุดท้ายแล้ว Squid Game จะมีจริงหรือไม่ แต่ระบบทุนนิยมนั้นมีอยู่จริงแน่นอน และคนที่ต้องตายหรือกำลังจะตายจากระบบนี้ก็มีอยู่จริง

อ้างอิง https://www.hollywoodreporter.com/tv/tv-news/squid-game-creator-season-2-meaning-1235030617/

Contributors

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า