fbpx

ทฤษฎีสมคบคิดและวิทยาศาสตร์เทียม ไม่ใช่ความเจ็บใหม่เอี่ยมของคนทุกเพศ

ความรู้และคำอธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ใหม่ทางเพศกะพร่องกะแพร่งเสมอ และความคลุมเครือก็คาใจให้เคลือบแคลง เพื่อทำลายความกระอักกระอ่วมจากความไม่รู้ สมองเซเปียนส์อย่างเราจึงปะติดปะต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ มาสร้างเรื่องเล่าเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ใหม่ให้สมองพักการครุ่นคิด จะถูกหรือผิดก็อีกเรื่อง

นั่นคือกลไกการสร้างทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theories) ของร่างกายซึ่งไม่ผิดที่มีสัญชาตญาณปกป้องสมองเรา และสังคมก็ไม่ผิดที่หวั่นความมั่นคง แต่เราทุกคนมีส่วนผิดที่สนุกปากเผยแพร่เรื่องมโนที่กุจากทฤษฎีสมคบคิดไปสร้างความเจ็บจี๊ดให้คนทุกเพศ

ยิ่งการได้เป็นคนร่วมสร้างคำอธิบายให้กับปรากฏการณ์ทางเพศใหม่ ๆ นั้นเท่และหอมหวาน เจ้าของสมมติฐานหลายรายเลยกลัวการตกขบวนอย่างเป็นอัตโนมัติ

เจ้าของสมมติฐานเหล่านั้นจึงละทิ้งการสังเกต ค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่างเป็นระเบียบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไปพึ่งพาวิทยาศาสตร์เทียม (Pseudoscience) ซึ่งเป็นระบบการสรุปที่ปราศจากหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือความจริงแทน

ดังนั้น การอธิบายและสรุปผลด้วยวิทยาศาสตร์เทียมและทฤษฎีสมคบคิดจึงสามารถบิดเบือนความจริง และด้อยค่าคนต่างเพศอย่างแนบเนียน จนสร้างแผลเจ็บจี๊ดให้กับคนทุกเพศ แต่ให้เขียนทั้งหมดก็ไม่จบสิ้น บทความนี้จึงขอยกตัวอย่างเรื่องราวจ้อจี้ที่พบบ่อยพอ ๆ กับน้ำผึ้งมะนาว มาให้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้

จากทฤษฎีแก้ทอมสู่ Asexual

อเซ็กชวล คือ บุคคลที่ไม่มีความต้องการทางเพศ แต่พวกเขาถูกตั้งแง่ด้วยทฤษฎีสมคบคิดและมโนทัศน์ (Concept) ที่ตั้งอยู่บนวิธีสังเกตและประสบการณ์เดิมของผู้มองแต่ละคน

เช่น อธิบายว่า อเซ็กชวลขาดความต้องการทางเพศ เพราะยังไม่เจอคนที่กระตุ้นให้มีอารมณ์ทางเพศจริง ๆ บ้างอธิบายว่าเป็นเรื่องชั่วคราว บ้างว่าเป็นพวกต่อต้านการมีเพศสัมพันธ์บ้าง ผ่านประสบการณ์ทางเพศที่เลวร้ายบ้าง หรือเป็นอาการผิดปกติของร่างกายและจิตใจบ้าง ซึ่งทฤษฎีสมคบคิดข้างต้นล้วนเป็นสมมติฐานที่ยังไม่ผ่านการค้นคว้าหาความจริง และตั้งบนการไม่เชื่อ ไม่ยอมรับ

ทฤษฎีสมคบคิดบนการไม่ยอมรับนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนานมาแล้วชายรักชายและหญิงรักหญิงก็ไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นเพศวิถีแต่เป็นเพียงความวิปริตทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราวและอาจหายไปเองเพียงลมพัดผ่าน

ความชั่วคราวด้านเพศไม่ใช่มโนทัศน์ล้าหลังที่สูญพันธุ์ หากแต่ร่วมสมัยสังเกตได้จากวรรณกรรมแนว Boy love ที่นำเสนอความรักโรแมนติกระหว่างชายหนุ่มที่มักตัดจบก่อนตัวละครเข้าสู่วัยทำงาน เพื่อเว้นฉากจบความสัมพันธ์ที่ตัวละครคลายความปรารถนาระหว่างกันและหันไปคบผู้หญิง ความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงก็ถูกอธิบายด้วยเรื่องชั่วคราวเช่นกัน

คนนอกมีทฤษฎีว่าหญิงรักหญิงโดยเฉพาะทอมนั้นเกิดจากการขาดประสบการณ์ทางเพศกับผู้ชาย การข่มขืนในวัฒนธรรมซ่อมทอมที่เลวร้ายจึงเกิดขึ้นบนโลก ซึ่งทิ้งแต่บาดแผลอันไม่คุ้มกับผลพิสูจน์ว่าคิดผิด เป็นการทดลองที่ฟุ่มเฟือยเกินจริง เกินความเป็นมนุษย์

ความไม่เชื่อใจว่าเพศวิถีที่ใหม่กว่ามีตัวตนจริงนั้น ได้ส่งต่อกันเป็นทอด ๆ โดยเกย์และเลสเบียนบางส่วนอธิบายว่าไบเซ็กชวลเป็นเพียงภาวะการเลือกไม่ได้ บ้างก็ว่าผิดศีลธรรมเพราะเห็นแก่ตัว ส่วนเจนเดอร์ฟลูอิดก็เป็นภาวะการสำรวจชั่วคราวยังไม่ลงหลักปักฐานกับด้อมหรือรีตเพศใด ๆ สำหรับนอนไบนารีก็เป็นแค่กระแสต่อต้านกรอบชายหญิง ไม่แปลกที่อเซ็กชวล ระบบเพศและอัตลักษณ์ทางเพศที่จะปรากฏใหม่ในอนาคตก็ต้องเผชิญการตั้งแง่นี้เช่นกัน

แผนที่ขนาดองคชาติของชายทั่วโลก

หลายคนรวมทั้งคุณไม่ทราบมาก่อนว่าอินโฟกราฟิกแผนที่ขนาดกล้วยทั่วโลกที่เรียกเสียงคิกคักนั้นเป็นเรื่องจ้อจี้

ต้นตอของแผนที่ดังกล่าวเริ่มจากงานทบทวนวรรณกรรมที่เผยแพร่ในปี 2013 ที่รวบรวมข้อมูลขนาดขององคชาติที่ได้จากชาย 113 ประเทศซึ่งกรอกข้อมูลเองจึงมีความเสี่ยงการได้รับข้อมูลเท็จสูง ทั้งนี้ผู้วิจัยสรุปว่าขนาดอวัยวะเพศชายแต่ละเชื้อชาติต่างกัน

จากนั้นกระแสงานวิจัยภายหลังก็ไหลตามไปตอกย้ำ งานตีพิมพ์เนื้อหาซ้ำ ๆ คล้าย ๆ ผุดตามมาเป็นโขยง บางการศึกษาแอบคัดข้อมูลที่ต่างจากสมมติฐานและทฤษฎีสมคบคิดของผู้วิจัยออกเพื่อยืนยันอคติ แต่สุดท้ายงานกลุ่มดังกล่าวก็ไม่พบความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญกับคนเชื้อชาติอื่นนัก

ความคลุมเครือเหมือนจะจบลง ปี 2015 มีวิจัยที่วัดขนาดอวัยวะเพศชาย 15,521 คนด้วยนักสาธารณสุขมืออาชีพและยืนยันได้ว่าลึงค์ขณะแข็งตัวของมนุษย์เพศชายนั้นมีความยาวเฉลี่ย 5.17 นิ้วและขนาดในช่วงเวลาปกติไม่สามารถทำนายขนาดแข็งตัวได้ เหมือนกันทุกเชื้อชาติ ชายเชื้อสายแอฟริกันก็เช่นกัน กระนั้นการล้อเลียนและบูลลีเชื้อชาติด้วยขนาดลึงค์ก็ยังเกิดซ้ำ ๆ เหมือนพนักงานเครือข่ายสัญญาณมือถือที่โทรมาแจ้งยอดค้างชำระทุกเดือน

ร่างกายของผู้หญิงเป็นสิ่งสกปรก

ย้อนกลับไปสมัยกรีซคลาสสิก หมอฮิปพอคราทีสและกาเลนเชื่อว่าการเจ็บป่วยเกิดจากของเหลวในร่างกายเสียสมดุลเพราะมีเลือดมากเกินไป ร้านตัดผมชายในยุคกลางจึงบริการเจาะเลือดออกทิ้ง (Bloodletting) เพื่อรักษาสมดุลร่างกายด้วย

เมื่อยุคกลางเชื่อว่าเลือดเป็นพิษ ประจำเดือนก็ถูกหางเลขไปด้วยจนบานปลายว่าใครถูกประจำเดือนไหลลงคอก็เป็นโรคเรื้อน 

อันที่จริง แม้เลือดประจำเดือนไม่เหมือนเลือดตามหลอดเลือด แต่ประจำเดือนก็ไม่เป็นพิษ ไม่สกปรกหรือสะอาดกว่าเลือดทั่วไป องค์ประกอบของประจำเดือน ได้แก่ เลือดจากการสลายตัวของเยื่อบุมดลูกเดิม สารคัดหลั่งและแบคทีเรียท้องถิ่นในช่องคลอด และถ้าเทียบกับเลือดในเส้นเลือด ประจำเดือนจะมีปริมาณโปรตีน บิลิรูบิน และคอเลสเตอรอลต่ำกว่า ก็แค่นั้น

แต่การประณามการมีประจำเดือน (Period shaming) ก็ยังมีอยู่และกำลังรบกวนผู้หญิงทั่วโลก หญิงมีประจำเดือนถูกด้อยค่า กลายเป็นคนมีมลทินมัวหมองและสกปรกในหลายวัฒนธรรม เช่น หญิงมีประจำเดือนในเอเชียกลางประเทศหนึ่งยังต้องเผชิญกับภาวะขาดน้ำและอากาศขณะกักตัวในกระท่อมจนหมดรอบเดือน

จากความเชื่อ ทฤษฎีสมคบคิด แนวคิดการประณามการมีประจำเดือนยังถูกส่งต่อถึงวิทยาศาสตร์เทียม โดยในปี 1920 มีบทความตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ว่าดอกไม้จะเฉาและแป้งขนมปังจะไม่ฟูเมื่อสัมผัสหญิงมีประจำเดือนสามวันแรก เนื่องจากประจำเดือนสร้างพิษที่ชื่อว่า Menotoxin

แถมอีกสองปีให้หลังนายแพทย์คนเดิมยังรายงานการทดลองทีนำหนูวิ่งผ่านประจำเดือนและปรากฏว่าหนูตายอีก อาจคิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่สำหรับผู้หญิงที่ได้ทราบข่าวนี้ต่างงุนงง มองร่างตัวเองเป็นศัตรู และใช้ชีวิตลำบากขึ้นมาก

จวบจนตอนนี้ งานวิจัย โฆษณา และการตลาดยังส่งต่อแนวคิดการมองร่างกายให้เป็นศัตรูให้ผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยยังคงรายงานภาพความเจ็บป่วยระหว่างการมีประจำเดือน โฆษณายังใช้ถ้อยคำชวนเชิญใช้สินค้าด้วยคำว่า สะอาด สดชื่น สบาย อันส่งสัญญาณกลาย ๆ และสะกดจิตอ่อน ๆ ว่าร่างกายผู้หญิงสกปรก เหม็น และน่าอึดอัด

สุดท้ายการตลาดยังผลิตสินค้าและบริการบนฐานวิทยาศาสตร์เทียมที่เติมเต็มการเกลียดร่างกายตนเองมาวางขายและแน่นอนไม่ช่วยอะไรผู้หญิงเลย เช่น หินทรงไข่ราคา $50 ที่ใช้สอดช่องคลอดแล้วปรับสมดุลฮอร์โมนและมีสรรพคุณอีกมากมายครอบจักรวาล ซึ่งเคยมีดาราสาวท่านหนึ่งเคยขายและถูกปรับเป็นเงิน $145,000 มาแล้วเนื่องจากโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณที่เป็นวิทยาศาสตร์เทียม

ซึ่งหากผู้อ่านค้นหาชื่อสินค้าในเสิร์ชเอ็นจิน ท่านยังจะพบหินลวงโลกนี้แต่ยี่ห้ออื่นวางขายในตลาดออนไลน์อยู่ดี วิทยาศาสตร์เทียมและทฤษฎีสมคบคิดนี่ช่างคงกระพันทำลายยาก และอายุยืนกว่าโฟมหรือพลาสติกเสียอีก จริงอยู่เราอาจทำลายเรื่องเก่า ๆ ไม่ได้ แต่พวกเราสามารถคุมกำเนิดมันด้วยการไม่ส่งต่อไปสร้างแผลเจ็บจี๊ดในชีวิตใครอีกต่อไป

Content Creator

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า