fbpx

Blockdit แพลตฟอร์มเพื่อการเสพเนื้อหาดีๆ ที่มียอดผู้อ่านกว่า 2 ล้านต่อเดือน

หากคุณเป็นคนที่ติดตามเรื่องราวข่าวสารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด ธุรกิจ หุ้น เศรษฐกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย คุณต้องรู้จัก Blockdit หรือเคยได้ยินชื่อนี้สักครั้ง

Blockdit เป็นแพลตฟอร์มของคนไทย ที่พร้อมจะเป็นพื้นที่ตรงกลางให้คนไทยเสพเนื้อหา ข่าวสารดีๆ แบบไม่มีสิ่งรบกวน แม้จะเพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่จำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2021 ที่ผ่านมาเป็นปีที่จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนเติบโตมากที่สุดถึง 2 ล้านคน เติบโตจากปี 2020 ถึง 500% จากจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน 3 แสนคน

คงไม่ต้องกล่าวมากความว่าแพลตฟอร์ม Blockdit พร้อมจะเติบโตในตลาดต่อไป 

จากที่เราได้ Insight มาจากทาง Blockdit มีอายุผู้ใช้งานครอบคลุมตั้งแต่อายุ 18-65 ปี และใช้งานกันหนาแน่นตั้งแต่อายุ 25-34 ปี และ 35-45 ปี อาชีพผู้ใช้งานของ Blockdit ก็ไม่ธรรมดา มีทั้งพนักงานบริษัท ผู้จัดการ นักธุรกิจ นักลงทุน แพทย์ ไปจนถึงระดับผู้บริหารก็มี 

นั่นแปลว่า Blockdit มีอะไรที่ตอบโจทย์ Pain Point ของคนไทยบางอย่าง จนเกิดเป็น Community ที่เติบโตมากขึ้น วันนี้ Modernist จึงได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณแบงค์-วริช ฟองอมรกุล Blockdit’s Marketing Director พร้อมมาร่วมหาคำตอบว่า อะไร เป็นสิ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มหน้าใหม่นี้ น่าจับตามอง แล้วพร้อมจะเติบโตต่อไป

Blockdit คืออะไร

Blockdit เป็นธุรกิจเทคโนโลยี อย่างที่เราทราบว่าคนไทย ในแง่ของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย เรามีปัญหาอะไรกันในสังคมไทยบ้าง เราพูดถึงเรื่องของการเสพติดข่าวร้าย หรือเรื่อง Hate Speech, เรื่องการบูลลี่, เรื่องการที่รู้สึกซึมเศร้า การเห็นคนนู้นชีวิตดีกว่า เหล่านี้

ซึ่งในขณะนั้นเราเห็นว่ายังไม่มีใครที่คิด Solution ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงเกิดเป็น แนวคิดของแพลตฟอร์มที่หลีกเลี่ยงเรื่องที่ไม่ก่อประโยชน์ แต่ไม่ได้หลบหนีจากโลกแห่งความจริงที่ชื่อว่า Blockdit ประกอบกับอีกขานึง เรามีความเชี่ยวชาญในการทำสื่อสมัยใหม่ แล้วก็รู้จักวิธีการเล่าคอนเทนต์แบบ Long Form ที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เราคิดว่า ถ้ามันมีพื้นที่ตรงกลางที่จะช่วยครีเอเตอร์ที่อยากจะสร้างคอนเทนต์ที่ดี แต่เขาไม่มีพื้นที่นี้ เราเห็นโอกาสตรงนี้ก็เลยลองทำพื้นที่ที่ ทุกคนสามารถเสพสื่อได้อย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์ ตามคอนเซปของ Blockdit ว่า Ideas Happen

เราคิดว่าการทำอะไรแล้วให้เกิดประโยชน์กับสังคม มันควรเลียนแบบกัน อย่างการสรุปสาระสำคัญที่คนควรรู้ อะไรยากๆ ให้คนเข้าถึงได้ง่าย มีข้อมูลเชิงลึกประกอบ พอหลายๆ คนทดลองทำตาม แล้วมันเวิร์คมันก็ยิ่งดี หลายเพจก็เล่าเรื่องที่มีประโยชน์มาแชร์กัน เกิดเป็นเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ สุดท้ายผู้อ่านได้ประโยชน์

ความตั้งใจแรกสุดของการทำแพลตฟอร์ม Blockdit ขึ้นมาคืออะไร  

อยากมีพื้นที่ตรงกลางให้คนไทยเสพเนื้อหาดีๆ แบบไม่มีสิ่งรบกวน ผมคิดว่าอันนี้เนี่ยค่อนข้างชัดเจนนะ เราไปเจอข่าวเท็จ บางทีอยากจะแนะนำให้พ่อแม่ใช้ ก็ไม่กล้า บางทีเราอยากใช้โซเชียลมีเดีย เราเผลอไปใช้มันกินเวลาเรานานเกินไป Blockdit เราไม่ได้คาดหวังให้มีการใช้งานต่อครั้งเป็นเวลานานๆ เพียงแค่ใช้งานสั้นๆ แต่มีความต่อเนื่องก็พอแล้ว เลยอยากให้มีพื้นที่ตรงนี้ คอยเชื่อมคนเข้าหากันด้วยเรื่องที่ตัวเองสนใจ ครีเอเตอร์ คนอ่านเขาเชื่อมกันเอง เราเป็นเพียงผู้ให้พื้นที่ไม่ได้เป็นคนที่สร้างเนื้อหา ไม่ได้เป็นเจ้าของคอนเทนต์ใดๆ โดยเราเชื่อว่า สังคมจะได้ประโยชน์ จริงๆ เริ่มจากตัวเรานี่แหละ เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมมีเดียตั้งแต่ต้น ตั้งแต่คนทำคอนเทนต์เลย เขาไม่จำเป็นต้องทำคอนเทนต์เพื่อโหนกระแส ถ้าสิ่งที่เขามอบให้มีประโยชน์ เราเชื่อว่ามันมีคนรอดูอยู่แล้ว

สิ่งที่แพลตฟอร์มให้ความสำคัญ ที่นอกเหนือจากความตั้งใจแรกคืออะไร  

เรื่องของประสบการณ์และประโยชน์ของผู้ใช้งาน ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือเรื่องของนโยบายการดูแลสังคมข้างใน Blockdit คีย์ของมัน รู้ว่าคนใช้งานต้องการอะไร ใช้ง่าย มีคอนเทนต์คุณภาพหลากหลายให้เลือกเสพ ในขณะเดียวกัน สามารถรักษาสมดุลของ Community ไว้ได้ มีพื้นที่ให้ผู้ใช้งานเขาสามารถแสดงความคิดเห็นได้ อย่างสุภาพ เคารพกันและกัน โต้แย้งกันได้ด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง ผมว่าตรงนี้ เรียกว่าเป็นความท้าทาย ในขณะที่เราโตขึ้นไปเรื่อยๆ 

เรื่องของ UX/UI จริงที่ว่าการอ่านอะไรยาวๆ มันเหนื่อย Blockdit จึงทำให้การอ่านถูกเบรกเป็นบล็อกๆ เป็นกล่องๆ เพื่อให้การอ่านง่ายขึ้น ถ้าพารากราฟนึงมันยาวมาก ทำไมเราไม่เคาะเหลือพารากราฟละ 3-4 บรรทัด มันทำให้อ่านได้สนุก อ่านจบเร็ว อ่านได้ง่ายขึ้น

ความตั้งใจที่เราทำขึ้นมา ในเรื่องของ Healthier Society & Toxic-Free มันสามารถทำได้จริง มีคนตอบรับ มันบอกอะไรกับทีมงานของ Blockdit บ้าง

อย่างแรกเลย ต้องบอกว่าในมุมของวิสัยทัศน์ที่เราเรียกว่า “Healthier Society & Toxic-Free” เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ และช่วยประหยัดเวลาการเสพข้อมูลให้ได้มากที่สุด.. แน่นอนเราดีใจ คุณจะเห็นว่าแอปฯ เรา มีการเติบโตของผู้ใช้งานที่น่าประทับใจ แพลตฟอร์ม Blockdit ได้รับการยอมรับแล้วว่ามีคนชอบรูปแบบนี้ ผู้ใช้งานเขาเข้าใจ เขาชอบ เขาบอกต่อ แต่ในขณะเดียวกัน ในมุมของการทำธุรกิจ เราก็ไม่ลืม เลยเป็นที่มาว่า Blockdit ปีนี้ เราจะโฟกัสเรื่องการหารายได้มากขึ้น

Blockdit มีวิธีรับมือกับคอนเทนต์ที่มันทำลาย Healthy Society อย่างไรบ้าง

เราจะสื่อสารนโยบายของสังคมใน Blockdit อย่างสม่ำเสมอ เราพยายามจะเปิดกว้างให้ทุกไอเดียได้มีโอกาสถูกถ่ายทอดออกไป เพราะว่า เราเป็นสื่อโซเชียลใหม่ด้วย มันมีเรื่องของความเป็นสาธารณะและความเป็นส่วนตัว ใน Blockdit เมื่อต่างคนเข้ามาใช้พื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีนโยบายเพื่อดูแลสังคมภายในไม่ให้เป็นพิษ บางทีผู้ใช้งานใหม่ๆ อาจมีสอบถามเข้ามาทาง Email และ Inbox เราก็จะชี้แจงว่า พื้นที่ตรงนี้มันมีไว้ทำไม ซึ่งจริงๆ ชี้แจงเรื่องนี้น้อยมาก หลายๆ คนรู้ว่า เข้ามา Blockdit ทำไม

ส่วนจุดที่จะต้องให้ความใส่ใจหน่อย ก็จะเป็นฟีเชอร์ Question ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานตั้งประเด็นถามตอบ ซึ่งเราก็ชัดเจนว่า เราอยากจะให้ Blockdit ยังคงเป็นพื้นที่ที่ ‎Boost ความคิดของคนที่จะเข้ามาอ่าน เพราะฉะนั้นลักษณะของคำถามและการแสดงความคิดเห็น ใดๆ ก็ตามที่จะพาออกไปทาง Toxic เราก็จะมีการเข้าไปตรวจสอบ ส่วนมากเป็นการรายงานมาจากผู้ใช้งานใน Community เอง เมื่อมีรายงานเข้ามา ถ้าไม่ตรงกันกับนโยบายของ Blockdit จึง Take Action ตามความเหมาะสมเรามีทีมงานที่คอยดูแล Monitor โพสต์ 7 วัน เกือบ 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้งานแทบจะไม่พบโพสต์เนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย หรือเป็นคอนเทนต์ผิดกฎหมาย

จาก Active User หลักหมื่น ขึ้นมาเป็นหลักล้านภายใน 3-4 ปีนี้ บ่งบอกศักยภาพอะไรของตัว Product เราบ้าง 

แสดงว่าสิ่งที่เราเสนอไปเป็นประโยชน์กับหลายๆ คน ตลาดตอบรับ ซึ่งพอเรามีโอกาสเก็บข้อมูลด้วยตัวเองไปซักระยะนึง เราจะพอรู้ว่าจริงๆ คนประเภทไหนเล่นแอปเราบ้าง เวลา Blockdit เข้าไปแนะนำแพลตฟอร์มกับผู้ใช้งานใหม่ สมมติเป็นองค์กรสื่อ สถาบันการเงิน หรือโรงพยาบาล จะเห็นว่าคนที่รู้จักและเป็นผู้ใช้ประจำอยู่ก่อนแล้วจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ไปจนถึงคุณหมอ ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำมีคุณค่า ผมเชื่อว่าหลายๆ คนไม่ได้อยากจะละทิ้ง หรือถึงขั้นปิด Account โซเชียลมีเดีย แต่บางทีมันอดไม่ได้จริงๆ ต้องบอกว่าการที่มันมีข้อมูลมากมาย แต่ไม่ได้รับการกลั่นกรอง ทำให้คนหลุดโฟกัส แต่พอเขาเข้ามาใน Blockdit มันเหมือนได้ฝึก (คิด) เราเชื่อว่าทุกคนอยากเริ่มต้นวันให้ดี เสพข่าวดีๆ ได้โดยไร้สิ่งรบกวน มันช่วยให้ตลอดวันของเขา Productive

เล่าช่วงการขึ้นโปรเจคต์ Blockdit ให้ฟังหน่อย

ผมเข้ามาร่วมทีม Blockdit เมื่อ Application เข้าสู่ปีที่ 3 มีภารกิจคือสืบต่อเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้งฯ วันนั้น Application เรามีชุมชนสื่อใหม่ๆ จากแต่ละสาขาวิชาชีพ ที่เขา Get เราเข้ามาใช้บริการแล้ว รวมถึงผู้ใช้งานที่เป็นทั้งนักอ่านและนักเล่า พอเขาเห็นว่ามีเรื่องที่เขาสนใจ เขาก็เข้ามาใช้ ตอนเริ่มต้นจะเป็นสื่อออนไลน์รุ่นใหม่ เนื้อหาส่วนมากเป็นข่าวสาร ความรู้ธุรกิจ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ไอที อาจจะมีไลฟ์สไตล์เรื่องกีฬาบ้าง ครีเอเตอร์เหล่านี้เขามาใช้ก่อน แฟนๆ ที่ติดตามสื่อเหล่านี้ก็เข้ามาติดตาม ด้วยตัว Product ของ Blockdit มันใหม่และแตกต่าง ผู้ใช้งานเขาแนะนำกันเอง แต่ โอเค ความท้าทายแรกคือ มันยังอยู่ในวงจำกัด 

ในขณะตอนนั้น เราจึงเพิ่มเรื่องการสื่อสาร Brand Positioning ของ Blockdit ด้วย ผู้ก่อตั้งมีวิสัยทัศน์อยากนำเอาสิ่งที่เรา (ลงทุนแมน) ถนัด ช่วยให้สังคมออนไลน์มัน Healthy ขึ้น ไม่ใช่ทำคอนเทนต์เพื่อแค่ได้รับความสนใจ ขายของอย่างเดียว เราอยากให้สังคมมีทางเลือก และมีเนื้อหาประกอบที่มีรายละเอียด มีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอ เลยเป็นที่มาของแอปฯ ที่เล่นแล้ว (ผู้ใช้) เกิดไอเดียนำไปต่อยอด

มีความเสี่ยงมั้ย ในการขึ้นแพลตฟอร์มของตัวเอง

เรามองเป็นความท้าทาย เราคิดว่าก็ใช่ ในบรรดาแอปโซเชียลมีเดีย มีตัวเลือกในการใช้งานมาก แต่ในขณะเดียวกัน ในความท้าทายนี้ มันก็มีประโยชน์เหมือนกัน เพราะคนไทยเล่นโซเชียลมีเดียเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทีนี้สังคมออนไลน์ประเภทไหนที่จะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขาได้ ส่วนการที่คนจะเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มเรา จริงๆ ไม่ยากเท่าไหร่ เพราะว่ามันชัดเจนว่าแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกิดมาเพื่ออะไร อย่าง Facebook ก็เพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อน Instagram Pinterest อาจจะมาเพื่อเก็บไอเดียสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ Twitter ที่มีไว้แชร์ข่าวสั้นเร็วๆ ฯลฯ ความยากคือการเติบโตอย่างมีคุณภาพของแพลตฟอร์ม ให้ Win ไปทั้งระบบนิเวศน์ทั้งผู้ใช้งาน ผู้สร้างแพลตฟอร์ม และครีเอเตอร์ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งจริงๆ สิ่งที่เราเสนอไปก็เป็นทางออกหนึ่งที่น่าสนใจให้กับสังคม ไม่ใช่ว่าใครอยู่ๆ จะสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมาได้ เรียกว่า ถ้าจะวัดความสำเร็จแรก เราเชื่อว่าคนที่เขาเลือกที่จะใช้ Blockdit เขารู้ว่า Blockdit เกิดมาทำไม ซึ่งก็น่าภูมิใจแทนทีมงาน Blockdit ที่สามารถสื่อความตั้งใจนี้ออกมาได้

ในช่วงที่ผ่านมา โมเดลการหารายได้มาจากไหน

รายได้เรามาจาก 3 ช่องทาง หนึ่ง-การโฆษณา หมายถึงจากการซื้อบูสต์โพสต์ เพื่อคอนเทนต์ของเราที่อยู่ในแพลตฟอร์ม เพิ่มโอกาสได้รับการมองเห็นมากขึ้นในช่วงเวลาที่ระบุ เป็นรายได้ส่วนแรก ส่วนที่สองคือการซื้อเพชร ซึ่งมาจากการเปลี่ยนหน่วยเงินตราใน Blockdit ที่เรียกว่า BD Coin เพื่อมอบเป็นทิปให้ครีเอเตอร์ที่เราชอบ และสุดท้าย ซึ่งเป็นส่วนที่ปีนี้เราจะโฟกัสมากขึ้นคือ มีบริการให้คำปรึกษากับภาคธุรกิจ องค์กรชั้นนำ ที่สนใจอยากจะเปิดแบรนด์เพจใน Blockdit

เห็น Pain Point หรือเห็นโอกาสอะไรในการเริ่มโมเดลการทำ Consult ถึงทำขึ้นมา

เรามองเห็นโอกาส ตั้งแต่ปัจจัยภายนอกหนุน เรื่องโอมิครอน ในเรื่องของเทรนด์เทคโนโลยี Metaverse ที่เข้ามา ทำให้หลายภาคส่วนเขาปรับตัวเพิ่มช่องทางการสื่อสาร จากคนที่ไม่ค่อยได้เน้นช่องทางออนไลน์เลย และคนที่มีครบ ก็อยากเพิ่มประสิทธิภาพทำให้มันดีขึ้น เราจึงเสริมกลยุทธ์ในปีนี้ นอกจากการชวน User ใหม่ๆ เข้ามา มาสู่การเริ่มคุยกับภาคธุรกิจแบบเต็มตัว แบรนด์องค์กรที่มีความพร้อม เราสามารถเข้าไปให้คำปรึกษาตั้งแต่สร้างเพจ เราพบว่ามีคนที่อยากจะทำ แต่ไม่มีทีม ไม่มีเวลา ทั้งที่มีประเด็นสื่อสารที่ดี ทำคอนเทนต์ของตัวเองอยู่แล้ว ยังมีอยู่มาก แต่ขาดความเข้าใจในแพลตฟอร์ม ไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง ต้องการคนมาช่วยวางแผนให้เหมาะสมกับผู้อ่าน รวมทั้งการ Optimize การลงคอนเทนต์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกับแบรนด์​ โดยที่ตัวคอนเทนต์ยังคงมาจากคุณเอง

จากการได้คุยกับผู้ประกอบการ สุดท้ายแล้วตัวผู้ประกอบการเอง ต้องการอะไรในเรื่องของการทำออนไลน์

อย่างนึงเลยที่เขาต้องการในเวลานี้ คือการสร้างแบรนด์บนช่องทางออนไลน์ อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไฟต์บังคับในช่วงปี-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มครูพักลักจำมาถึงเฟสถัดไปที่เขามองเห็น Blockdit แล้ว โอเค บางเจ้าอาจจะยังลังเล ดูความพร้อมตัวเองอยู่ ต้องบอกว่า ยุคนี้ความพร้อมเดียวคือ คุณสามารถทำคอนเทนต์ที่สื่อสารได้อย่างจริงใจ มีที่มาที่ไป Reference และมีประโยชน์ แม้มันจะเป็นการโฆษณาหรือการขาย เราเชื่อว่าคนดูเขาไม่ Mind ถ้าคุณทำคอนเทนต์ได้สม่ำเสมอจริงๆ การสร้างแบรนด์ด้วยวิธีเช่นนี้บน Blockdit อาจจะเหมาะกับคุณ เพราะช่วยสื่อสารได้ตรงกลุ่ม และลดค่าใช้จ่ายการตลาดได้ เพราะทุกคนสามารถช่วยถ่ายทอดเรื่องราว (เขียน) ได้ 

ในเชิงคอนเซาท์ ตัว Blockdit เอง จะตอบโจทย์อย่างไรสำหรับภาคเอกชน 

Service นี้เราเรียกว่า Branded Content เราเข้าไปทำงานในฐานะตัวแทนของแบรนด์ คือเป็นแอดมินผู้จัดการร้านบนช่องทางแบรนด์เพจใน Blockdit เพราะ ภาคเอกชน หรือบริษัท เขามีไอเดียเรื่องที่จะสื่อสารหรือคอนเทนต์ของเขาอยู่แล้ว เราก็จะทำการบ้านร่วมกันก่อน คุยกันว่าเป้าหมายคุณคืออะไร เราให้คำแนะนำ ณ ปัจจุบันได้ว่าคุณสามารถสื่อสารด้วยคอนเทนต์ประมาณนี้นะ คนส่วนมากในนี้เขาสนใจเรื่องประมาณนี้ แต่ละบริษัทก็จะถนัดเนื้อหา รูปแบบต่างกัน และเราก็จะบอกว่า Blockdit ไม่ได้เหมาะสำหรับการโฆษณาขายตรงๆ ใน Blockdit คุณอาจจะเน้นสิ่งที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของคุณโพสต์ลงมา สโคปงานนอกจากทีมงานแอดมินจะลงโพสต์ให้รายวันซึ่งก็เหมือนเราเข้าไปเป็นทีมงานเค้าเลย สิ้นเดือนมีแชร์ไอเดียที่ช่วยพัฒนาเพจกับลูกค้า มียกตัวอย่างเคสแลกเปลี่ยนกัน หรือช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเขานึกออก ว่าเค้าใช้กลยุทธ์นี้ได้ เชื่อว่าลูกค้าที่เป็นบริษัทใหญ่ๆ เขามีแผนก Investor Relations (นักลงทุนสัมพันธ์) เขาเขียนข่าวธุรกิจ ข่าวประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว ก็แนะนำปรับภาษาให้ทางการน้อยลง ให้อ่านสนุกขึ้น เล่าให้กระชับ ใช้อินโฟกราฟิกช่วยมั้ย เป็นต้น เราก็จะแนะนำว่าลองทำแบบนี้ดูมั้ย

จากบริการที่กล่าวมา รวมทั้งส่วนอื่นๆ ทำให้ Blockdit ต่างจากแอปพลิเคชัน หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คอื่นๆ อย่างไรบ้าง

เราเป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทย 100 % ออฟฟิศอยู่ที่กรุงเทพฯ สามารถติดต่อเข้ามาได้ พูดคุยกันได้ตลอด คือ Reliable (เชื่อถือได้, วางใจได้) แต่เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเรามี  Data Center อยู่ต่างประเทศ จริงๆ ต้องบอกว่าทีมงานค่อนข้างปลื้ม เวลาถูกนำไปเปรียบกับโซเชียลมีเดียของต่างชาติ ซึ่งเขาใหญ่กว่าเรามาก ด้วยความที่เราอยู่ในประเทศไทย ทีมงานนักพัฒนาก็เป็นคนไทยทั้งหมด ทำให้เข้าใจสิ่งที่คนอ่านคนไทยต้องการ คุณแน่ใจได้ว่าถ้าคุณมีปัญหา เราอยู่ที่นี่ เราใช้ภาษาไทย และไม่ทิ้งคุณไปไหนแน่นอน

ด้วยความที่ว่าเรามองเห็นปัญหาการเสพข่าวในสังคมไทยจากคนที่อยู่ในปัญหานี้ด้วย ยกตัวอย่าง เวลาเราอ่านข่าว ความเร็วมันสำคัญก็จริง แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่า คนอายุ 20 30 กว่าๆ ที่เราคิดว่าเป็นวัยที่มีวิจารณญาณในการเสพสื่อออนไลน์ที่ดี แต่ก็เคยพลาดแชร์ Fake News สิ่งเหล่านี้แหละที่ Blockdit จะเป็นคำตอบให้ เพราะว่า Blockdit เราเน้นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการคัดกรอง มีอ้างอิง ไม่ใช่เหมือนเราเดินอยู่ในตลาด อยากพูดเรื่องอะไรแล้วตะโกนออกไปได้เลย แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีการกำกับดูแล ให้คนเสพเนื้อหามีเวลาในการพิจารณา ใน Blockdit เวลาอ่านคอนเทนต์จบ ตอนท้ายอัลกอริทึมจะมีแนะนำ Related คอนเทนต์ที่ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันให้ แปลว่าเราไม่ชี้นำว่าเรื่องนี้มีเพียงข้อสรุปเดียวนะ เราพยายามจะให้เขาเห็น Fact (ข้อเท็จจริง) ทั้งหมดก่อน แล้วเขาคิด ตัดสินใจเอง ว่าเขาจะเชื่ออย่างไร  

วงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ในสายตาของ Blockdit เป็นอย่างไรบ้าง

เราคิดว่าครีเอเตอร์ปัจจุบัน จะเริ่มปรับตัวไปอยู่ในช่องทางที่มีกลุ่มผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เขาเห็นโอกาสตรงนี้ เขาก็จะไป และในมุมของการสร้างงานคอนเทนต์รูปแบบที่สด แปลกใหม่ จะมีมากขึ้น การตระเตรียม หรืออะไรที่ดูอ้อม ต้องทำความเข้าใจหลายชั้น จะมีน้อยลง การที่ครีเอเตอร์ไม่ต้องสังกัดกับสื่อใหญ่ ไม่ต้องพึ่งเงินลงทุนจำนวนมาก เก่งในเรื่องการนำเสนอสิ่งที่ตัวเองถนัด มันได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นไปได้ ทำให้การสร้างคอนเทนต์ดีๆ ไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนที่แพง ทีนี้ อยู่ที่การปรับตัวให้เข้ากับแพลตฟอร์ม รู้จักพฤติกรรมผู้ใช้งาน เข้าใจเรื่องคุณค่าที่จะส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่ติดตามเรา ซึ่ง Blockdit ก็ตอบโจทย์เหล่าครีเอเตอร์เพราะเป็นช่องทางที่คนดูที่คุณภาพคอนเทนต์ก่อนอย่างอื่น

ปี 2022 ทำไมต้องใช้ Blockdit

เราเป็นแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างคล่องตัวหนะครับ Blockdit ยังคงมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อยู่เสมอ และเนื้อหามีการอัปเดตตลอดจากผู้ใช้งานเอง ไม่ว่าคุณจะเปิดบริษัท เป็นนักธุรกิจต้องการทำแบรนด์ หรือเป็นคนๆ นึงที่มีเรื่องที่อยากจะสื่อสารในสิ่งที่คุณเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ เพียงแค่เล่าเรื่องที่อยากจะแบ่งปันเหล่านั้นในแบบที่เป็นตัวคุณเอง และคุณทำได้อย่างนี้สม่ำเสมอ Blockdit มีพื้นที่ให้คุณ มีคนรออ่าน ขอเพียงไม่ใช่เรื่องราวประเภทเรียกยอดการมีส่วนร่วมแบบฉาบฉวย Blockdit เป็นพื้นที่ที่วัดกันด้วยคุณภาพของคอนเทนต์ สำหรับคนกล้าลองทำอะไรใหม่ๆ 

และการที่คุณมาเริ่มกับ Blockdit จะช่วยลดความกังวลเรื่องผู้ติดตามที่คุณต้องสะสมมา ถ้าเป็นสื่อเล็กหรือนักเขียนอิสระ ไม่ต้องห่วงเรื่องของชื่อเสียง หรือคอยหาสปอนเซอร์มาสนับสนุน ใน Blockdit คุณสามารถโฟกัสในการสร้างสรรค์เนื้อหาได้อย่างเต็มที่ ที่นี่มีหมวดหมู่ให้เลือกมากมายที่ทำให้คนที่สนใจเรื่องเดียวกันมาเจอกัน Blockdit มีนโยบายให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบดาว (Star) ที่คำนวนรายได้ให้ภายใน 48 ชม. เมื่อโพสต์นั้นๆ มียอด Engagement ต่อยอด Reach ที่ดี การได้รับเพชร ที่มาจากคนอ่านมอบให้เรา (Diamond) หรือล่าสุดระบบแบ่งรายได้ค่าโฆษณาให้กับครีเอเตอร์ที่สร้างโพสต์ได้ครบ 3 ดาว (Ads Monetization) สิ่งนี้เป็นจุดเด่นและสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้กับครีเอเตอร์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Blockdit เพราะครีเอเตอร์สามารถสร้าง Passive Income ได้ตลอดไป เราเติบโตไปพร้อมกัน โดยลิขสิทธิ์คอนเทนต์เป็นของคุณ และบูสต์โฆษณาที่เข้ามา ก็ได้รับการคัดกรองแล้วจากทีมงาน Blockdit แล้ว เพื่อที่จะเป็นเวทีให้กับครีเอเตอร์หน้าใหม่ๆ ที่ทำคอนเทนต์ดี เพื่อคนจะกลับมาให้คุณค่ากับ Value Content มากขึ้น

อนาคตข้างหน้าของ Blockdit จะเป็นอย่างไรบ้าง

วันนี้เรามีผู้ใช้งานเฉลี่ย 2 ล้านคนต่อเดือน ปีนี้เราก็คาดหวังว่าการเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว และเราก็ไม่ลืมนึกในเรื่องมุมธุรกิจด้วย อนาคตอาจจะได้เห็นความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาครัฐ ที่เขาเห็นด้วยกับเรา เข้ามาใช้งานมากขึ้น และเราก็เตรียมเปิดตัวฟีเชอร์ใหม่อีกที่จะช่วยสนับสนุนการใช้งานต่างๆ ภายในปี 2022 ขออุบไว้ก่อนรับรองว่าน่าตื่นเต้น
เราอยากเห็นว่าวันนึงเรากลายเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่คนไทยใช้งานทุกวัน แบ่งเวลาเปิดแอปเพียง 7-10 นาทีต่อวัน เพื่อให้ได้ความคิด ได้ไอเดียอะไรบางอย่าง ไปปรับใช้กับโลกจริงของคุณ แล้วคุณเอาเวลาที่เหลือไปทำเรื่องอื่นๆ ที่คุณควรต้องทำ และ Blockdit สามารถใช้เป็นช่องทางการสื่อสารหลักให้คุณได้ ถ้าคุณมีเรื่องที่ต้องการสื่อสารอยู่แล้ว ลองนำเสนอกับผู้ใช้งานใน Blockdit คุณอาจจะค้นพบไอเดียอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้จากที่ไหนมาก่อน

Content Creator

Photographer

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า