fbpx

กานต์ นิโครสหเกียรติ์ License Holder แห่ง TEDxBangKhunThian ผู้โดนปฏิเสธมากว่า 3 ปี

In Partnership with TEDxBangKhunThian

ไม่มีใครไม่รู้จัก TED Talks งานอีเว้นท์ที่รวบรวมเหล่า Speakers มากหน้าหลายตามาไว้บนเวทีเดียว เพื่อเผยแพร่ไอเดียที่ควรค่าแก่การส่งต่อ ตามสโลแกนของ TED ว่า Ideas Worth Spreading ซึ่ง Speakers ของ TED แต่ละคนมีเวลาพูดไม่เกิน 18 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ TED มองว่าเป็นเวลาที่ไม่ยาวเกินไปจนคนฟังหลุดออกจากไอเดีย 

ในประเทศไทยเองก็มีการจัดงาน TEDx ในที่ต่างๆ มากมายตลอดทั้งปี ซึ่งงาน TEDx ที่จัดตามที่ต่างๆ นั้นจะเริ่มจากการที่มีคนทำเรื่องไปขอ License ก่อน ถ้า TED คิดว่าคนคนนั้นเหมาะสม และไว้ใจได้ที่จะฝากสปิริตแบบ TED ไว้ จึงจะมอบ License อนุญาตให้จัด TEDx ได้

กานต์ นิโครสหเกียรติ์ คือ License Holder ของ TEDxBangKhunThian เขาเริ่มต้นจากการทำ TEDx ในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนที่ความฝันที่อยากจะจัด TEDx จะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาจึงได้มาจัด TEDx ในบางขุนเทียนซึ่งเป็นที่ที่เขาเกิดและเติบโต แต่รู้ไหมว่ากว่าที่เขาจะได้เป็น License Holder เขาต้องถูกปฏิเสธกว่าสามปี ด้วยเหตุผลที่ TED บอกเขาว่า “คุณยังไม่รู้จัก TED ดีพอ” 

เรานัดคุยกับเขาพร้อมๆ กับทีมงานและเหล่า Speakers ของ TEDxBangKhunThian ที่ริมคลองบางขุนเทียน

เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง TED แบบไม่มีความเท็จ ตลอดบทสนทนา

รู้จัก TED ได้ยังไง และทำไมถึงอยากทำ TED

ความทรงจำแรกที่มีต่อ TED มาจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับธุรกิจ เราเรียนที่วิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งอาจารย์คนนี้เป็นที่เคารพรักมาก เขาบอกว่า “รู้จัก TED กันรึเปล่า คุณจะเป็นผู้ประกอบการ คุณไม่รู้จัก TED ได้ยังไง” แล้วในห้องไม่มีใครรู้จัก TED เลย เขาก็บังคับไปดู แล้วพอไปดู ได้รู้จัก TED ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลย ทั้งทัศนคติ ความคิด และก็ความฝัน เพราะจากที่ไม่เคยมีความฝันว่าอยากจะจัด TEDx เลย มันก็กลายเป็นอีกหนึ่งความฝันของเราขึ้นมา

หลังจากมีความฝันแล้วว่าก่อนเรียนจบอยากจัด TEDx ที่หอการค้า โชคดีเหลือเกินที่มีอาจารย์คนหนึ่งที่เป็น License Holder เหมือนกัน ซึ่งก็คืออาจารย์จิมมี่ (ชูธรรม ตั้งใจตรง) เขาจัด TEDxUTCC พอดีตอนเราอยู่ปีสาม แล้วตอนปีสามงานกิจกรรมเราก็เยอะมากเลย ถ้าใครทำกิจกรรม ทุกคนจะรู้ว่าช่วงปีสามคือช่วงเวลาที่นรกที่สุดในชีวิตมหาวิทยาลัย พอจะจบปีสามแล้ว TEDxUTCC ก็มาพอดี ยังไงเราก็ต้องทำ เราใกล้จะจบแล้ว และเรายังขอ License เองไม่ได้ ตอนนี้แหละมันเป็นโอกาสที่เข้ามา เราต้องคว้าไว้ ตอนนั้นเลยยื่นใบสมัครไปเป็น Curator ซึ่งเป็นทีมที่ทำงานกับ Speakers หาไอเดีย แล้วเขาก็รับเรา ตอนนั้นน้ำตาแทบไหล มันดีใจมาก เราก็เป็น Curator มาตลอด ทำมาตลอด พอช่วงปีที่สามก็จะเริ่มห่างๆ มา เพราะเราเรียนจบแล้ว 

จุดไหนที่ทำให้คุณหลงรักตำแหน่ง Curator

เรามีโอกาสได้เป็น Curator ให้กับคุณอาศิริวัฒน์แซนด์วิช (ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ) ด้วยความที่คุณอาไม่ได้พิมพ์สคริปท์มา แกก็พูดและอัดเสียงส่งมา ทุกครั้งที่เขาอัดเสียงส่งมา ขนมันก็จะลุกแบบนี้ (ชูแขนให้ดู) มันตื่นเต้นมาก พอวันที่เราเห็นเขาพูดเสร็จ มันเป็นอะไรที่เติมเต็มชีวิตและจิตใจมากๆ มันมากกว่าแค่เขาพูดเสร็จแล้ว แต่สิ่งที่เขาพูดมันอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคน หลังเขาพูดจบก็จะมีคนมาบอกคุณอาศิริวัฒน์ว่าเขาเลิกความคิดที่จะฆ่าตัวตายไปแล้ว ซึ่งเราเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนั้น เราเป็นเบื้องหลังก็จริง แต่เราได้เห็นในสิ่งที่คุณอาทำ สิ่งที่เราทำ มันส่งผลกับคนจริงๆ และคุณอาก็แฮปปี้ ดีใจ มันก็เหมือนกับการได้เห็นใครสักคนมีความสุขและประสบความสำเร็จ

และในการร้อยเรียงเรื่องราวของ Speakers มันท้าทาย ไม่มี Speakers คนไหนที่มีเรื่องราวเหมือนกันสักคนเดียว ถึงแม้เขาจะพูดกว้างๆ แต่เราต้องขุดหาไอ้ความแตกต่างตรงนั้นให้ได้

จาก Curator สู่ License Holder 

ความฝันของเราคือการจัด TEDx อยู่แล้ว และเราเป็นคนบางขุนเทียน รักบางขุนเทียนมากๆ ใช้ชีวิตอยู่กับมันตั้งแต่เด็ก เราก็มีความฝันว่าอย่างน้อยเราอยากจัด TEDxBangKhunThian สักครั้งในชีวิต ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเราจะจัดทุกปีไหม แต่ถ้าจัดครั้งหนึ่งก็อยากจะทำมันให้ดีที่สุด ก็เลยลองขอ License ดู ขอมาสามรอบ แล้วก็โดนปฏิเสธตลอด ก็มีปีนี่นี้แหละ จริงๆ เราขอมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว แล้วก็มีครั้งนี้ที่ TED เขาโอเพ่นให้เราได้ลองทำดู

ก็เลยได้มาเป็น License Holder ได้อย่างที่ใฝ่ฝัน ได้ทำในสิ่งเราแพชชั่นมากๆ เราแฮปปี้มากๆ พอเราทำก็ยิ่งทำให้เรามีความสุขในการทำ ถึงแม้มันเหนื่อย เพราะมันเป็นงานอาสาสมัคร เราเจออาสามัคร 40-50 คน เจอคนจากจากเครือข่ายของ TED กว่า 400-500 คน ความเหนื่อยมันเลยแลกมันกับประสบการณ์ชีวิต มันแลกกับความรู้ มันแลกกับการได้รู้จักคนมากมายซึ่งมันมีคุณค่ามากๆ แค่นี้มันก็หายเหนื่อยมากๆ แล้วครับ

TED มองหาอะไรจากคนที่ขอ License ทำไมถึงดูขอยากนัก

ตอนที่เราไปขอ License ครั้งแรก เขาปฏิเสธมาแล้วบอกว่า “เราคิดว่าคุณยังไม่รู้จัก TED ดีพอ เราอยากให้คุณไปศึกษา TED ให้มากกว่านี้”  ซึ่งเราทำ TEDxUTCC มาปีสองปีแล้ว พอเจอแบบนี้ยกสายหาอาจารย์จิมมี่ ก็ปรึกษาและกลับไปช่วยงานอาจารย์เพิ่ม ก็ทำให้เรารู้จัก TED มากขึ้น พอเราใช้เวลากับมันมากขึ้น เราก็พบว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้จัก TED 

ถ้าถามว่า TED มองหาอะไรจากคนที่ไปขอ License เขามองหาคนที่มีสปิริตของความเป็น TED ซึ่งก็คือความมีคอมมูนิตี้ การเผยแพร่ไอเดีย การเชื่อในการ Sharing พอเกิดการ Sharing มันก็เกิดการ Learning แล้วมันก็จะมีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น แล้วมันก็เกิดการ Connect ของคนจากหลายศาสตร์จริงๆ ในงาน TED แล้วเราก็นำมันมาใช้กับงานที่บางขุนเทียน ซึ่งเราจะเห็นผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพจริงๆ แต่เรามีทั้งบิวตี้บล็อกเกอร์ คนสวน คุณครู พระ มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น มันรวมทุกศาสตร์จริงๆ 

เพราะงั้น TED ต้องการให้เราคงสปิริตแบบนี้ไว้ แล้วส่งต่อไปเรื่อยๆ 

หลังจากได้ License มาแล้ว TED ให้อิสระกับเรามากแค่ไหน

การขอ License มันค่อนข้างยากประมาณหนึ่ง นั่นหมายความว่ากว่าจะให้เขาต้องมั่นใจว่าเราเข้าใจมันดีพอ ตอนอีเมลคุยกับ TED ก็บอกเลยนะว่าเราจะไปศึกษาตัวกฎระเบียบของ TED อย่างจริงจัง และในกระบวนการขอ License มันมีข้อตกลงอยู่แล้ว เขาไม่ดีตีกรอบ แต่ถ้าคุณทำผิดเมื่อไร คุณก็รู้ตัว และอาจไม่มีโอกาสได้จัดอีกแล้ว จริงๆ ในวงสนทนาของ License Holder มันก็มีเรื่องของคนที่ทำผิดกฎบ้าง เขารู้กันว่างานหน้าไม่ให้จัดแล้ว 

ความผิดพลาดก็มีเช่น เขาไม่ได้มีความเข้าใจใน TED มากพอ หรือเอา Third Party มาขายของเยอะเกินไป TED จะมีข้อกำหนดว่าในการมาทำจะใช้ระบบอาสาสมัคร 100% ไม่แสวงหากำไร ไม่มีสปอนเซอร์คนไหนมีสิทธิ์มาเป็น Speakers ไม่มีการมาเพื่อเผยแพร่ศาสนา หรือมาโจมตีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นกฎที่ TED ซีเรียสประมาณหนึ่งอยู่แล้ว มันก็มีแหละที่โดนริบๆ License กันไป งานของเขามันก็ดีนะ แต่มันก็อาจมีการทำ Commercial ที่มันหวือหวา อย่างแบรนด์อาจคิดว่าการมาจอยกับ TED ทำให้ภาพลักษณ์ดี ทำได้ แต่จริงๆ มันไม่ได้ คือมันขายได้ แต่ขายยังไงให้ได้ประโยชน์ทั้งคนดูคนฟัง

ลูกเสือมีคำกล่าวว่า ลูกเสือเป็นมิตรกับทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก” แล้วคนทำ TEDx เป็นมิตรกับ TEDx อื่นๆ ทั่วโลกไหม

TED เป็นเพื่อนกับทุกคนทั่วโลกเลยครับ (หัวเราะ) ตั้งแต่ผมได้ License มา ผมรู้จักคนจากทั่วโลกและประเทศไทยไปไม่ต่ำกว่า 500 คน มีคนจาก TEDxSydney มาจอยกับเรา เขาจัด Panel ออนไลน์บ่อยมากๆ เขาเรียกกันว่า TED X’er ซึ่งเหมือนบัตรผ่านว่าคุณจะไปคุยกับใครก็ได้ถ้าคุณทำ TED อย่างเวลาเข้าไปทำงาน พอบอกว่าทำ TED มาก่อน เฮ้ย คุยง่ายถูกคอ มันมีเซ้นส์บางอย่างคล้ายๆ กัน ก็คือสปิริตแบบ TED ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ 

เครือข่ายของ TED จะเชื่อมกันหมด เราก็รู้จักคุณมาร์ติน (มาร์ติน เฟ็นสกี้-สตาล์ลิ่ง) ของ TEDxChiangMai พี่พิ (พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน) TEDxBangkok หรืออาจาร์ยจิมมี่ของ TEDxUTCC และก็ยังมี TEDx อื่นๆ เช่น TEDxSingapore มันก็เกิดการแชร์ริ่งระหว่าง License Holder ด้วยกันว่าทำแบบนี้โอเคไหม แชร์ประสบการณ์กันว่าเชียงใหม่จัดงานแบบนี้ UTCC จัดงานแบบนี้ Bangkok จัดงานแบบนี้ แล้วบางขุนเทียนจะจัดงานแบบไหน

TEDxBangKhunThian เรามีบัตร fellowship ที่เราจะให้แก่ TED X’er จากทั่วโลกเลยนะให้มาศึกษาดูงาน เพราะเราเชื่อว่าเขากับเรากำลังเชื่อในสิ่งเดียวกัน ซึ่งคือการเผยแพร่ไอเดียที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ และมันเป็นงานอาสาสมัคร มันเป็นงานฟรี เขาเหนื่อย เราเห็นคุณค่าตรงนั้นเพราะเราก็เหนื่อยมาก่อน เวลาเขามาจอยกับเรามันก็เกิดการแชร์ริ่งกันแบบถึงพริกถึงขิง เมื่อวานซืนผมเพิ่งคุยกับอาจาร์ยจิมมี่ License Holder ของ TEDxUTCC ผมคุยเป็นชั่วโมง ปัญหาแบบนี้อาจารย์จะแก้ยังไง เขาก็ให้ไอเดียมา มันเป็นคอมมูนิตี้ที่แปลว่าคอมมูนิตี้จริงๆ มากกว่าแค่บ้านติดกัน มันเป็นคอมมูนิตี้ทางใจที่ถึงแม้คุณอยู่ไกลกัน แต่คุณอยู่หมู่บ้านเดียวกัน คือหมู่บ้านของ TEDx 

คนที่มาจอยเป็นอาสาสมัคร แม้ไม่ได้เป็น License Holder หรือไม่ได้เป็น Core Team แต่เขาได้บางสิ่งบางอย่างกลับไปจากการทำ TED เสมอ มีคนหนึ่งที่ที่เป็น Co-Organizer ของ TEDxChiangMai ชื่อคุณแอนเน็ต เขาบอกว่าเขาชอบ TEDx มากเลย ไม่ว่าเขาไปที่ไหนเขาก็คุยกับใครบนโลกก็ได้ เพราะว่า TED 

การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อ TED มากแค่ไหน

ส่งผลกระทบมาก ถึงแม้ TED จะเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร แต่มันก็ต้องอยู่ได้ แล้วสปอนเซอร์ก็ไม่ได้เข้าเยอะ เพราะธุรกิจก็ต้องเซฟตัวเองด้วย มันก็มีการปรับกฎระเบียบหลายๆ อย่างเพื่อให้ TED อยู่รอด ส่วน TEDx ในไทย ตัวคอมมูนิตี้ไม่ได้เปลี่ยน ยังคงเหนียวแน่น แต่ในด้านของการจัดงาน มันก็ไม่ได้มีความหวือหวาเท่าเดิมเหมือนสมัยที่ TEDxBangkok เคยทำมาก่อนในช่วง 2014 ช่วงนั้นมันหวือหวามาก ใครได้ขึ้นพูด TED มันเท่มากเลย 

ด้วยสเกลที่ดรอปลง ความหวือหวาที่น้อยลง TEDxBangKhunThian ก็ต้องพยายามหาลูกเล่นใหม่ ๆ ให้แตกต่าง ให้มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ส่วนที่โควิดมันมากระทบจริงๆ คงเป็นเรื่อง Format งาน เพราะ TED มันสามารถดูออนไลน์ที่ไหนก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ TED แตกต่างจากงานอื่นๆ จริงๆ คือประสบการณ์ งานเราเลยยืนหยัดว่ายังไงเราก็ต้องจัด On-site จะเสี่ยงแค่ไหนก็ต้อง On-site เพราะมันจะให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ให้มันกลับมาเหมือนตอนยังไม่มีโควิด และแค่เหมือนยังไม่พอ มันต้องดีกว่าสมัยนั้นด้วย

เราก็เลยใช้ธีม Reborn เกิดใหม่นี่แหละ ซึ่งก็จะมีแบ่งลงไปอีก อะไรที่พังไปแล้ว อยากซ่อมก็ต้อง Re-Cover แต่อะไรที่เราซ่อมไม่ได้จริงๆ เราก็ต้อง Re-Invent สร้างขึ้นมาใหม่ และอะไรที่ซ่อมไม่ได้ สร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้ เรามาชวนคิดกันใหม่ไหม ก็คือ Re-Think ถ้าทำทั้งสามกระบวนการนี้จบ ผมเชื่อว่ามันเป็นกระบวนการที่เราทุกคนจะได้เกิดใหม่ คิดว่ามันเป็นงานที่ตอบโจทย์มาก ๆ หลังจากที่มีโควิด

ใน TEDxContent Guidelines ระบุว่า Talks ต้องไม่เป็น Talks ที่มีวาระทางการเมือง แต่ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ TED ก็ออก Talks เกี่ยวกับสงครามรัสเซียยูเครนมาหลายตัว และ Speakers บางคนก็ดูสนับสนุนยูเครนอย่างชัดเจน คิดยังไงกับจุดนี้ 

เป็นคำถามที่ยากนะ อย่างในงานเราก็มี Speakers ที่เป็นชาวยูเครนและชาวรัสเซียเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มาต่อต้านหรือมาเชียร์ประธานาธิบดีเซเลนสกี้ หรือประธานาธิบดีปูติน เรายืนหยัดในสิ่งเดียวกันคือหลังจาก Talks ปล่อยออกไป มันต้องไม่มีสงครามอีกแล้วในโลกเรา นี่คือสิ่งที่เรายืนหยัด

ถ้าถามว่ามันเป็นประเด็นที่เซนซิทีฟไหม ผมเชื่อว่าคนที่ดู TED หรือ ศาสตราจารย์ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (ผู้เขียนหนังสือ Sapiens ประวัติย่อมนุษยชาติ ซึ่งเมื่อ 1 มีนาคม 2565 ได้ออก Talks ในหัวข้อ The war in Ukraine could change everything) เขาก็ไม่ได้พูดว่าปูตินแม่งไร้สาระ เขาวิจารณ์ในสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง เอามาวิเคราะห์และคนฟังก็ได้ประโยชน์ 

TED ดูเหมือนอาจดูเอียงไปทางยูเครนไหม ก็ใช่ เพราะ TED ก็มาจากอเมริกา แต่สิ่งสำคัญคือชีวิตมนุษย์ มันเอียงไม่ได้อยู่แล้ว มันมีคนตายจากการบุกยูเครนของรัสเซียจริงๆ 

TEDxBangKhunThian แตกต่างจาก TEDx อื่นๆ ในไทยอย่างไร

มันก็จะมีทั้งสิ่งที่เหมือนและสิ่งที่ต่าง งาน TEDx ในไทยหลายๆ ที่จะยกย่อง TEDxChiangMai งานเราก็ได้คุยกับ License Holder ของ TEDxChiangMai เขาก็บอกว่างานเรานี่เหมือน TEDxChiangMai มินิเลยนะ เราก็ดีใจ เพราะเขาเป็นต้นตำรับแรกๆ ที่เอา TEDx เข้ามาในไทย สิ่งที่เหมือนก็คือความเป็นคอมมูนิตี้ของ TED นั่นเอง 

สิ่งที่แตกต่างกันเลยคือสตอรี่ของบางขุนเทียน ไม่มีที่ไหนเหมือนบางขุนเทียนแน่นอน ใครจะไปรู้ว่าบางขุนเทียนคือปอดของกรุงเทพ ใครจะไปรู้ว่ากรุงเทพฯ มีธรรมชาติ มีทะเล มีสวนลิ้นจี่ที่มีอายุเป็นร้อยห้าสิบปี ซึ่งในไทยไม่มีที่ไหนเหมือน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วมีความหลากหลายของสปีชีส์ขนาดนี้ และตัว TED ก็จะดึงความหลากหลายในไทยมาอยู่ในงานของเรา 

TEDxBangKhunThian สะท้อนตัวตนของบางขุนเทียนออกมาอย่างไร

คนแต่ละคนมองข้ามบางขุนเทียนตลอด คนที่อยู่ในบางขุนเทียนเองก็ไม่รู้ว่าบางขุนเทียนมีอะไรบ้าง ดังนั้นเราจึงมาในธีมของคำว่า Reborn เกิดใหม่ หันมามองมุมมองใหม่ๆ กันเถอะ บางขุนเทียนมันมีดีอะไรบ้าง มันมีชุมชน มันมีหลายสปีชีส์ มันมีความหลากหลายทางความคิดเยอะมากๆ บางขุนเทียนตอนนี้อาจดูเหมือนเขตชนบทก็จริง แต่ถ้าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์มันเป็นเขตที่ใหญ่และมีความสำคัญอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ และก็เป็นเขตเมืองมากๆ มันมีจุดที่ทำให้เราชนะสงครามในประเทศนี้อยู่ด้วย ถ้าถามว่าสะท้อนตัวตนของบางขุนเทียนออกมายังไง มันอาจไม่ได้สะท้อนเหมือนกระจก แต่เป็นการดึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว หยิบมันมา หยิบทรัพยากรที่เคยถูกมองข้าม และโชว์ให้ทุกคนเห็น ซึ่งมันเคยอยู่กระจัดกระจาย แต่ TEDxBangKhunThian รวบรวมสิ่งเหล่านั้นมาโชว์ให้คนทั่วโลกดู 

เรามีการผสมผสาน Speakers จากบางขุนเทียนครึ่งหนึ่ง และมาจากระดับประเทศอีกครึ่งหนึ่ง เราเป็นงาน Talks แรกที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของไทยมาพูด มันก็สะท้อนในเรื่องความหลากหลาย  ไม่ใช่แค่สิ่งดีๆ นะ เพราะบางขุนเทียนเองก็มีสิ่งไม่ดีอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำกัดเซาะ หรือปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯ และความเหลื่อมล้ำที่สูงมาก คุณเดินไปซอยหนึ่งคุณจะเห็นบ้านเมืองที่เจริญมากๆ ถัดไปอีก 100 เมตรคุณจะเห็นความกันดาร เห็นคนไร้บ้าน มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เราอยากจะสะท้อนกลับไปว่า ถ้าคุณสามารถทำบางขุนเทียนโมเดลได้ คุณก็สามารถทำกับทุกที่ในประเทศไทย และอีกเรื่องหนึ่งคือถนนพระรามสองที่อยู่ในบางขุนเทียน คำว่าถนนพระรามสอง มันไม่ใช่แค่ถนน มันสะท้อนเบื้องหลังเรื่องการคอร์รัปชั่น การลดสเปคงาน การขยายเวลา บางขุนเทียนยังมีแก๊งสเตอร์ มีมาเฟียอยู่เลย มันมีปัญหาแบบนี้และคงอยู่จนเป็นวิถีชีวิตของบางขุนเทียน

เรามีความฝันว่าอยากทำให้บางขุนเทียนมันเกิดใหม่ อยากเป็นเขตแรกที่ไม่มีฝุ่นเลยทั้งๆ ที่เรามีถนนพระรามสอง เรามีการร่วมมือกับทางพาร์ทเนอร์บริษัทเอกชนที่มีศักยภาพในด้านนี้ เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ ผมว่ามันเป็นไปได้จากงาน TEDx นี่แหละ

Talks โปรดตลอดกาลของคุณ

โอ้ย เคยถามแต่คนอื่น แต่ไม่เคยโดนถามเองเรื่องนี้ (นิ่งคิด) ถ้า Talks โปรดตลอดกาลก็คงต้องตอบว่าเป็น Start with why ของ Simon Sinek ก็เป็น Talks ที่หลายๆ คนก็ตอบอันนี้แหละ แต่มันก็จริงมากๆ เลยนะ ว่าถ้าเกิดอะไรเราทำอะไร โดยเราไม่รู้จุดประสงค์ว่าทำไปทำไม Why ของมันคืออะไร ไม่ว่าจะ TED หรือทำทุกอย่างในชีวิต การรู้ Why จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราทำมันจนจบได้ ถึงแม้บางเรื่องเราจะเหนื่อยมากๆ แต่พอเรารู้ว่าทำไปทำไม จากความเหนื่อยมันก็กลายเป็นประสบการณ์และความสนุกไปเลย

Ideas Worth Spreading (ไอเดียที่ควรค่าแก่การเผยแพร่) ของคุณคืออะไร

มันอาจฟังดูคลีเชมากๆ นะ แต่ในทางพุทธมันเรียกว่าสัจธรรม ก็คือ Learn, Unlearn, Relearn คือคุณต้องอยากเรียนรู้ เรามาทำ TED ไม่ใช่แค่อยากทำ TED อย่างเดียวนะ แต่เราอยากเป็นคนที่เก่งขึ้น ไม่ได้อยากจะประสบความสำเร็จ แต่แค่เวลาเราได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ แล้วเราขนลุก สนุกว่ะ เรารู้สึกเก่งขึ้นๆ ผมว่าไอเดียคือเราต้องกระหายในการเรียนรู้พร้อมจะ Learn, Unlearn, Relearn อาจฟังดูซ้ำซากมากๆ แต่สำหรับผมมันไม่มีอะไรที่จริงไปกว่านี้อีกแล้ว


TEDxBangKhunThain 2022 เวทีทอล์กระดับโลกที่จะพาคุณเข้าสู่กระบวนการ Re-cover, Re-invent และ Re-Think กระบวนการที่จะทำให้ ตัวคุณเอง คนรอบข้าง และสังคม ได้เกิดใหม่ด้วยไอเดียที่ควรค่าแก่การเผยแพร่จาก Speakers ทั้ง 13 ท่าน ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2022 นี้ On-site ณ สถาบันอาศรมศิลป์
สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ที่ https://www.tedxbangkhunthian.com/

Content Creator

Photographer

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า