fbpx

หลากเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะในฐานะอาชีพศิลปิน ของ Panpan Yeeyee

“ศูนย์บัญชาการยูนิคอร์น อาจจะดูติ๊งต๊องเเต่มันมีจริงๆ นะ ศูนย์บัญชาการยูนิคอร์น อาจจะดูติ๊งต๊องเเต่มันมีจริงๆ นะ นะนะนะ นะนะนะ”

นี่คือข้อความแรกที่ทำให้ผู้เขียนได้รู้จัก Panpan Yeeyee หรือ ปันปัน-รสิกา สายแสง กับเพลงๆ หนึ่งที่ศิลปินแรป Youngohm แชร์เอาไว้ในโพสต์สักโพสต์หนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ตที่เราตามหาที่มาไม่เจอเสียแล้ว

เพลงนั้นมีชื่อว่า ศูนย์บัญชาการยูนิคอร์น

โอเค ทีนี้ มันคืออะไรนะ

ตลอดระยะเวลา 1 นาทีกว่าๆ ที่ได้ฟังเพลงนี้ ทำให้มีความรู้สึกอยากรู้มากมายเต็มไปหมด อะไรคือเหตุผลของการแต่งเพลงนี้ อะไรคือที่มาของเนื้อหา 2-3 กลุ่มคำที่วนไปมาตลอด 1 นาทีที่ได้ฟัง และยิ่งทำให้สนใจมากขึ้นเมื่อเรารู้ว่าเธอเป็นศิลปินกลุ่มแรกๆ ที่ได้เข้าร่วมในค่ายเพลงอินดี้ใต้ร่มเงา LOVEiS+ อย่าง LABo ที่เรียกตัวเองว่าเป็น “ห้องทดลองทางดนตรี” ซึ่งดูเหมาะสมกับความเป็น Panpan Yeeyee อย่างแยกไม่ออก

ทุกผลงานของเธอ ในแต่ละรายละเอียดล้วนทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วปันปันก็มีบทบาทของความเป็น “ศิลปิน” ทั้งในมุมของศิลปินเพลง และในมุมของศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ วันนี้ Modernist ขอมาพูดคุยกับเธอ ถึงมุมมองต่างๆ ที่เธอเป็นอย่างในทุกวันนี้

ให้โลกรู้ว่าปันปัน มีย์ดีย์

ปลุกปั้น “ปันปัน – รสิกา สายแสง”

ชีวิตในวัยเด็กของ ปันปัน-รสิกา สายแสง เป็นอย่างไร

หนูชอบเล่นตามใจเลยค่ะ เพราะส่วนหนึ่งคุณแม่ไม่เคยห้ามอะไรเลย เราอยากวาดรูป อยากเล่นดนตรี คุณแม่สนับสนุนอยู่ตลอด อย่างเมื่อก่อนในห้างสรรพสินค้า เวลามีงานอะไรต่างๆ จะมีเวทีที่ให้เด็กๆ ขึ้นไปตอบคำถามชิงของรางวัลบนเวที คุณแม่ก็เชียร์ให้ขึ้นไปตลอด ตัวหนูเองก็ไม่ได้รู้สึกเขินเวทีด้วย หนูอยากได้รางวัลค่ะ (หัวเราะ) เวลาเขามีแจกลูกอมหนูยังขึ้นไปเล่นเลย 

อย่างงานหนึ่งที่หนูจำได้คือเมื่อช่วง ป.3 เป็นงานที่โรงเรียนตอนประถมค่ะ มีการประกวดนางนพมาศ หนูได้เป็นตัวแทนห้องเรียนขึ้นไปประกวด เพื่อนๆ ห้องอื่นเค้าเตรียมการแสดงแบบรำไทย หรือร้องเพลงกัน แต่ว่าปันอ่ะขึ้นไปเล่นมายากล ทำเป็นโชว์หนึ่งโชว์เลย สุดท้ายก็เลยได้ที่หนึ่งในเวทีนั้น

เริ่มสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่

ปันว่ามันน่าจะเริ่มมาจากการที่ปันชอบนั่งรถติดไปกับพ่อแม่ค่ะ เวลาไปต่างจังหวัดกับครอบครัว บนรถจะเปิดเพลงฟังเยอะมากๆ ปันชอบจำได้ว่าเวลาเปิดเพลงนี้จบ เพลงนี้จะต่อไปอะไรแบบนี้ค่ะ ปันก็เลยเป็นคนชอบฟังเพลง แล้วก็ชอบร้องเพลงเวลาอยู่บนรถ อย่างเพลงของ Red Hot Chili Peppers แล้วก็ X JAPAN พ่อหนูจะเปิดบนรถบ่อยๆ

ชอบนักดนตรีคนไหนเป็นพิเศษ

ก็ต้องเป็น Oliver (Oliver Sykes วง Bring Me The Horizon) ค่ะ เพราะว่าเขาเท่มาก กับ Tim Henson มือกีต้าร์วง Polyphia เขาเท่มาก อ้อ หนูชอบ Tyler The Creator ด้วย แบบลายเซ็นต์เขาชัดมาก ทุกมิวสิควิดีโอที่ออกมา บางตัวไม่ต้องอ่านชื่อว่าอันนั้นเป็นชื่อของใครที่ทำเพลงนี้ เปิดเอ็มวีมาเฟรมแรกก็จะรู้เลยว่างานเขา แล้วเขาก็ทำงานศิลปะด้วย มีไปคอลแลปกับท่านอื่น ความเป็นตัวเขามันเจ๋งมากค่ะ

แล้วเรื่องของศิลปะล่ะ เรารู้จักสิ่งนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ปกติหนูเป็นคนชอบเล่นกับสีที่มันเยอะๆ อยู่แล้ว ด้วยความที่บ้านหนูเป็นเนอร์สเซอรี่ด้วยค่ะ เป็นเนอร์สเซอรี่ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่หนูเรียนอยู่ช่วงประถมต้น ปันอยู่กับสีเยอะๆ แบบนี้มาตลอด การตกแต่งภายในเนอร์สเซอรี่ก็จะเป็นสีๆ เยอะๆ เหมือนกัน กลับบ้านมาก็เจอสิ่งรอบข้างที่เป็นของเล่น เจอเด็กๆ เจอสีสัน มีการ์ตูน มีเพลงเปิดตลอด หนูเลยรู้สึกว่าได้มาจากตรงนี้เยอะอยู่ รวมถึงตอนเด็กๆ ปันก็ชอบวาดรูปเล่น ตั้งแต่จำความได้ปันก็หยิบกระดาษมาวาดเลย หนูคิดว่าเวลาอยู่กับพวกอะไรสีๆ แล้วรู้สึกว่าวันนี้มีพลัง

ปันปันมองศิลปะของตัวเองว่าอย่างไร

หนูว่าหนูทำมันออกมาโดยที่ไม่ได้คิดเลยว่ามันจะออกมาเป็นยังไง หนูแค่คิดความต้องการ อยากที่จะทำ พอโตขึ้นมามันงานนี้มีค่าตรงที่ว่า เราทำสามารถสิ่งที่เราต้องการได้ และเรายังสามารถส่งต่อสิ่งนี้ไปให้คนที่รับสารมีพลังด้วยได้ เมื่อก่อนหนูจะไม่คิดเลยว่าเราแค่อยากทำตรงนี้เพราะเราอยากทำ เราสนุกกับมัน เราก็โอเคกับมัน หนูรู้สึกว่ามันเป็นศิลปะที่ส่งต่อกันได้

อย่างเวลาหนูสร้างงานศิลปะครั้งนึง งานหนูมันจะออกมาไร้แนวทางมากเลย หมายความว่าหนูทำโดยที่ไม่ได้ตีกรอบตัวเองเลยว่า เราต้องทำแบบนี้นะ เราต้องใช้สีนี้ๆ เป็นหลักนะ เหมือนหนูจะทำโดยที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลย

อย่างเวลาหนูต้องคิดว่าจะเริ่มงานศิลปะสักชิ้น แนวคิดของงานจะแรนด้อมมากเลย บางวันปันก็ฝันแล้วก็เอาจากในฝันออกมา บางทีปันคิดอะไรตลกๆ ก็จะเอามาทำเป็นชิ้นงาน อย่างปันเคยฝันเป็น visual ว่ามีคนที่มีหัวเป็นไข่ต้มอ่ะค่ะ ถือหัวตัวเองอยู่ แล้วก็ใส่ชุดสูท หรือจากตอนอาบน้ำอยู่แล้วก็คิดเล่นๆ ว่าอยากวาดเสือใส่กางเกงมวย แล้วก็ออกมาวาดเลย มันจะแรนด้อมมาก

ตามงานศิลปะของใครบ้างไหม

หนูตามงานของพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก (ธนชัย อุชชิน) อยู่ค่ะ หนูชอบสีที่เขาใช้มาก หนูชอบดูงานที่เขาเพ้นท์แนว abstract ด้วย หนูเคยเจอพี่เขาอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นพี่เขามาดูงานที่หนูจัดแสดง เขินมาก หนูเคยทำโฆษณากับพี่ป๊อดด้วย พี่ป๊อดเคยถามว่าหนูชอบวงดนตรีอะไร หนูบอกว่าชอบ Red Hot Chili Peppers มาก พี่ป๊อดก็บอกว่ารุ่นผมเลย ชอบเหมือนกัน ลองไปฟังเพลงทุเรียน ดูได้เลย

งานศิลปะทำให้ปันปันเป็นคนอย่างไร

หนูรู้สึกว่างานศิลปะของหนูไม่ค่อยตายตัวเท่าไหร่ บางงานก็น่ารักไปเลย บางงานก็ Death Metal ก็คาดเดาอะไรไม่ค่อยได้ อีกอย่างพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่หนูสามารถ express สิ่งที่คิดออกมาได้อีกทางหนึ่งนอกจากการทำเพลง เพราะงานตรงนี้เราเห็นเป็น visual ได้เลย หนูเป็นคนที่ชอบจินตนาการต่อจากรูปภาพ แบบชอบคิดเรื่องราวต่อจากรูปภาพรูปหนึ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ แล้วในฐานะที่หนูเป็นคนดูหนูจะรู้สึกว่า เออ เขาคิดอย่างนี้มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ หนูรู้สึกว่ามันเจ๋ง รูปที่มันสามารถพูดแทนเราได้แล้วเรายื่นให้คนดูแล้วเขา อ๋อ เขาต้องการจะบอกแบบนี้ โดยที่เราไม่ต้องพูดออกมาเป็นคำเลย

เคยเจอพื้นที่ที่เราไม่สามารถแสดงความเป็นตัวเองออกไปได้ไหม

มีแค่บางพื้นที่ค่ะ อย่างเช่นโรงเรียนค่ะ เวลาหนูทำหนัง หรืองานศิลปะที่เป็นเราออกไป คุณครู หรืออาจารย์จะมองหนูอีกแบบหนึ่ง ในมุมที่ไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เราทำเท่าไหร่นัก บางครั้งเขาก็พูดจาแรงใส่เราบ้าง จนบางครั้งหนูก็คิดว่าเราเป็นตัวเองนี่เราผิดมากหรือเปล่า หนูอึดอัด และรู้สึกไม่ดีพอสมควรเลย ช่วงนั้นหนูดิ่งลงเหวมาก หนูจะคิดตลอดว่าการเป็นตัวหนูมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ หนูไม่ได้ไปทำให้คนอื่นเดือนร้อนอะไร แต่หนูก็มีแรงจากเพื่อนๆ ที่เขาพยายามบอกเราว่าเรามีดียังไงบ้าง

ลองเล่าถึงศิลปะของปันปันในระบบการศึกษาไทยให้ฟังหน่อย

ตั้งแต่ไหนแต่ไรหนูไม่เคยคะแนนดี หนูคิดว่าเราเรียนศิลปะเพื่อที่จะให้เราเข้าใจแนวทางว่า อันนี้เขาสอนเพื่อที่จะให้เรารู้เรื่องแสง อันนี้เขาสอนเพื่อที่จะให้เรารู้เรื่อง Compose แต่ว่าเรื่องสไตล์หนูไม่ติดเลยว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ เพราะเขาสอนแค่หลักการเป็นส่วนใหญ่

ในมุมของการเรียนศิลปะของหนู หนูคือคนที่แทบไม่มีตัวตนเลย ผลงานปกติมาก แต่หนูจะเป็นคนที่ครูไม่ชอบที่สุด หนูเลยโดนด่ามากที่สุด พอพรีเซ้นต์งานหนูโดนว่าเรื่องถุงเท้าสีไม่เท่ากัน อาจารย์มักพูดถึงความเป็นตัวตนของหนูมากกว่างานที่อยู่ตรงหน้า หนูว่าเรื่องแบบนี้มันควรจะใช้เหตุผลคุยกัน แบบถ้าเราไม่ชอบเด็กคนนี้เพราะเขามีสไตล์แบบนี้ ถ้าเรื่องงานมันก็ควรจะเป็นเรื่องงานไปเลย อาจจะบอกไปเลยว่าเฟรมนี้มันไม่ทำงานนะ ควรจะเป็นแบบนี้แทน มันควรจะเป็นการชี้แนวทางว่าถ้าคุณไม่ถนัดอันนี้ ก็ควรไปทำอันนี้นะ อย่างอาจารย์ที่ปรึกษาของหนู เขาเป็นอาจารย์คนหนึ่งที่เข้าใจหนูมาก แนะนำและ Support ทุกอย่าง ถ้าครั้งนี้เราพลาด เขาจะหาหนทางในการไปต่อให้ เวลาหนูมีไอเดียอะไรเขาจะ Support หนูตลอดเลย

การ Support สำคัญกับปันปันมากน้อยแค่ไหน

หนูว่ามันสำคัญมาก ตัวหนูเองมีเพื่อนที่สนิทจริงๆ น้อยมาก แต่หนูรู้สึกว่าหนูดวงดีมากที่ได้เจอแต่คนที่คิดว่าจะได้เจอ แบบได้เจอเพื่อนที่อยู่กันมาตั้งแต่อนุบาล 2 หนูรู้ตัวอีกทีเพื่อนก็ไปทำงานประจำกันแล้ว ดีใจที่เพื่อนรอบข้างที่โตมาด้วยกันจริงๆ แบบเขารู้ว่าเราเป็นยังไง เหมือนเจอปัญหาด้วยกันมาตลอด แล้วตอนนี้ก็ยังอยู่ข้างกันเสมอ

ทำไมในช่วงมหาวิทยาลัยถึงเลือกเรียนด้านภาพยนตร์ทั้งๆ ที่เราชอบดนตรี

เพราะว่ากลัวว่าเรียนดนตรีแล้วหนูจะมีกรอบอะไรหรือเปล่า หนูกลัวว่าหนูจะฟังเพลงไม่สนุก เพราะว่าที่หนูทำเพลงตอนนี้คอร์ดหนูก็ยังรู้ไม่หมดเลย หนูชอบความรู้สึกที่ เออ หนูอยากได้เสียงแบบนี้ หนูก็หาเสียงแบบนี้แล้วก็เล่นไปเลย ชอบความรู้สึกตรงนี้มากกว่า แต่ในทางหนึ่งหนูก็รู้ว่าถ้าหนูรู้เยอะขึ้นก็น่าจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน

แต่ในมุมมองของเรื่องที่เกี่ยวกับหนัง หนูรู้สึกว่าหนูอยากรู้กับสิ่งนี้มากกว่า ถ้าดนตรีมันพอไปแล้ว เราก็อยากไปรู้อะไรบางอย่างที่เราศูนย์ตรงนั้นไปเลย ซึ่งหลังจากได้เรียนฟิล์ม หนูสนุกมาก มันทำให้การดูหนังของหนูสนุกขึ้นนะ ตอนแรกปันกลัวว่าจะดูหนังไม่สนุก แต่จริงๆ สนุกมาก ดูเฟรม ดู Compose ดูรายละเอียดที่เขาซ่อนไว้ กลับไปดูหนังที่เราดูตอนเด็กๆ มันก็แบบ โห่ มันขนาดนั้นเลยหรอ ตอนเด็กๆ เราไม่เคยมองตรงนี้เลย

ปลุกปั้น “ปันปัน ยีย์ยีย์ (PANPAN YEEYEE)”

คลิปแรกบนยูทูปของ PANPAN YEEYEE อัพโหลดเมื่อปี 2557 เท่ากับตอนนั้นปันปันอายุเพียง 13 ปี อะไรทำให้เด็ก 13 ปีคนนี้เริ่มทำคลิปในช่องยูทูปของตัวเอง

ตอนนั้นหนูทำเป็น stop motion เป็นคลิปแรกๆ ใน Youtube เลย หนูแค่อยากทำวิดีโอ หนูชอบดูหนังมาก ชอบดูการ์ตูนมาก แล้วก็พวก stop motion แบบ Chicken Run อะไรแบบนี้ หนูก็เลยอยากทำออกมาบ้าง แล้วก็มีเพลงประกอบ มีเนื้อเรื่อง ทำเพราะว่าอยากทำเหมือนเดิม (หัวเราะ) ช่วงนั้นช่องของหนูไม่มีใครดูเลยนะ เหมือนเป็นสมุดบันทึกที่บันทึกวิดีโอของหนูเก็บไว้เฉยๆ

แล้วทำไมถึงใช้ชื่อช่องว่า Panpan Yeeyee

ช่วงแรกที่ทำช่อง หนูน่าจะชื่อจริงนะ รสิกา สายแสง ไม่ก็ รสิกา ปันปัน ค่ะ แต่ว่าก่อนหน้านี้เป็น Pan Dinosaur แบบชอบไดโนเสาร์ด้วย (หัวเราะ) แล้วก็เหมือนพอตั้งชื่อใน Instagram แล้วมันซ้ำ มันตั้งไม่ได้ หนูก็เลยแบบ ตั้งชื่ออะไรดีนะ หนูก็้เลยนึกขึ้นได้ว่าเราชอบยีราฟ ก็เลยลองคดว่าหรือจะชื่อ Panpan Giraffe ดี ลองตั้งดู ก็ตั้งไม่ได้ ก็เลย Panpan Yeeyee ก็ได้ แบบ YEE ที่ไม่ใช่ Giraffe หนูเลยเอาคำนี้มาซ้ำเหมือนกับชื่อหนู Panpan กับ Yeeyee เป็น PANPAN YEEYEE ที่หนูว่าเป็นตัวเลือกที่โอเค ดูอ่านง่ายด้วย

คลิปที่เรียกได้ว่าเป็นเพลงของ Panpan Yeeyee จริงๆ เริ่มที่เพลง “มงลู่” อะไรถึงทำให้เราแต่งเพลงนี้ขึ้นมา

มีช่วงนึงปันอยากเลี้ยงหมามากๆ แล้วคุณแม่ไม่ให้เลี้ยง เพราะที่บ้านเป็นเนอร์สเซอรี่เนอะ มันจะมีเด็กๆ ที่เข้ามาอยู่ด้วย กลัวจะวุ่นวายกันเกินไป หนูเลยไป IKEA กับแม่ค่ะ ไปซื้อตุ๊กตาน้องหมามาตัวหนึ่ง แม่ก็บอกว่า เลี้ยงอันนี้ไปก่อนแล้วกัน ค่าข้าวก็ไม่ต้องจ่าย ค่าอาบน้ำก็ไม่ต้องจ่าย ก็เลยโอเค แล้วก็ตั้้งชื่อให้มันว่า “มงลู่”

ช่วงที่หนูได้ตุ๊กตาตัวนี้มา หนูพามงลู่ไปเรียน พาไปดูหนังด้วย ไปกันสองคน วันนั้นพาไปเรียนหนังสือตอนช่วง ม.4 ม.5 ธันย์ เพื่อนปันที่เป็นนักร้องวงเก่า (ธันย์ วง The Ambulance) หยิบตุ๊กตาของหนูมาแล้วก็โยนขึ้นฟ้า แล้วก็ตะโกนว่า “มงลู่เป็นเด็กดีๆๆๆ” แล้วมันก็ร้องอย่างนั้นทั้งวันเลย วนไปเรื่อยๆ ปันก็ร้องตามบ้าง ปันก็เลย ดีว่ะธัญ “..มงลู่เป็นเด็กดี..” “เดี๋ยวกูกลับไปแต่งต่อที่บ้าน” ธันย์ก็ “เออ เอาดิ” หลังจากวันนั้นปันก็กลับไปแต่งต่อให้มันเต็มเพลงเลย ก็เลยได้เป็นเพลง มงลู่ ขึ้นมา

ทำไมถึงสนใจทำเพลงมากขึ้นในช่วงนั้น

เพราะว่าตอนนั้นวง The Ambulance แตกค่ะ หนูเล่นดนตรีมาตั้งแต่ม.1 เลย ช่วงนั้นพักวงด้วย แล้วก็เหมือนเราคุยกันว่าม.6 แล้วนะเราควรจะตั้งใจอ่านหนังสือเข้ามหา’ลัยได้แล้ว ก็เลยแบบแยกวงกันมั้ย ทุกคนก็โอเค แต่ว่าปันรู้สึกว่าไม่สามารถทำได้ถ้าอยู่แบบไม่ได้เล่นดนตรี ปันก็เลยทำของตัวเองขึ้นมาเพื่อไม่ให้ความสนุกของหนูกับดนตรีมันหายไป

ลองเล่าถึงวง The Ambulance หน่อย ว่าเริ่มทำวงกันได้ยังไง

วงนี้เริ่มมาจากหนูเรียนพิเศษเข้าม.1 แล้วมีเพื่อนคนนึงชื่อ ลูกหวาย (ลูกหวาย – ปลายฟ้า ชาญกล มือกีตาร์วง ALIZ) ชวนเข้าวงด้วย หนูก็อยากเข้าวงเพราะดูการ์ตูนญี่ปุ่น K-On! แล้วแบบชอบมาก แล้วก็มีความฝันว่าอยากจะมีวง อยากเล่นว่ามันจะสนุกยังไง ก็เลยได้ฟอร์มวงกันตั้งแต่ยังจูนสายไม่ถึงเลย (หัวเราะ)

วงนี้เป็นแนว Rock Metal เพราะตอนนั้นเพื่อนๆ ในวงชอบกันหมด หนูสนิทกับมือกีตาร์ในวงที่สุดค่ะ แลกเพลงกันตลอด แล้วก็แบบมาเล่นเพลงนี้มั้ย แกะเพลงนี้มั้ย อีกคนที่ค่อนข้างสนิทก็คือธันย์ ที่เป็นนักร้องค่ะ เราชอบไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันบ่อยๆ

ชื่อวง The Ambulance มาได้ยังไง

The Ambulance ก็คือ รถพยาบาล คือก่อนที่จะเปลี่ยนนักร้อง วงหนูชื่อ ไส้ติ่ง มาก่อน หนักเลยทีนี้ (หัวเราะ) เหมือนแบบพ่อของเพื่อนที่เป็นมือกีตาร์เขาตั้งชื่อวงให้ หนูไม่ได้มีส่วนร่วมกับชื่อนั้น ตอนนั้นหนูไม่รู้ว่าทำไมถึงชื่อวงนั้น แล้วพอวงแตก แบบไส้ติ่งแตก ก็เลยเรียกรถพยาบาลมา ก็เลยเป็น The Ambulance ถ้า The Ambulance แตกหนูไม่รู้จะเรียกอะไรมาแล้วนะ

ตอนนั้นทำวงเพื่อจุดประสงค์อะไร

ประกวดค่ะ เป็นสายประกวด เวทีแรกที่ขึ้นคือ Coke Music Awards ตอนประมาณม.2 ตอนนั้นไม่ชินเวทีเลย ที่นี่คือที่ไหน อย่างตอนหนูขึ้น Thailand’s Got Talent หนูก็แต่งชุดนักเรียนขึ้นไปเล่นเลย จำได้ว่าเล่นเพลง ฝากเลี้ยง แบบมันๆ เลย เล่นกันแบบแน่นที่สุด เพราะเพลงนี้เป็นเพลงโปรดของวงหนูด้วย

กลับมาที่ความเป็น Panpan Yeeyee บ้าง เรารู้สึกว่าภาพที่สามารถแทนความเป็นปันปันอย่างหนึ่งคือเรื่องของ “ห้องส่วนตัว” ของ “ปันปัน” อยากให้เล่าถึงการแต่งห้องของปันปันหน่อย

เอาจริงๆ หนูไม่ได้เลือกที่จะแต่งห้องค่ะ ของทั้งหมดในห้องเกิดจากความรู้สึกแค่ เฮ้ยชอบอันนั้นมาก ชอบอันนี้มาก แล้วทุกอย่างมารวมกันเอง บางอย่างก็จะไม่ค่อยเข้ากัน เช่น มีโคมไฟกระโหลก ถัดมาก็มีตุ๊กตาสีชมพู ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย แต่มาอยู่รวมในห้องเดียวกันได้

มีครั้งหนึ่งที่เพื่อนสนิทหนูที่ชอบมาที่้ห้องที่บ้านหนู หรือห้องที่หอพักหนูบ่อยๆ บอกว่า “มึงย้ายไปที่ไหน ทุกที่ก็เหมือนห้องมึงหมดเลย” หนูก็รู้สึกว่าทุกอย่างจากทุกห้องที่หนูอยู่เหมือนเดิมมาก เป็นมายังไงก็จะเป็นอย่างงั้น

ถ้าให้เลือกของ 1 ชิ้นที่ชอบที่สุดในห้องของปันปัน จะเลือกอะไร

น่าจะเป็นเบสหนูนะ เพราะว่าหนูอยู่กับมันได้ทั้งวัน

แล้วมงลู่ล่ะ

อุ้ย เออว่ะ แต่หนูเชื่อว่ามันจะวิ่งออกมาได้

สิ่งที่เราชอบมันในห้องของเรา สื่อถึงตัวตนเราอย่างไรบ้าง

หนูคิดว่าหนูก็น่าจะเป็นคนสนุกนะ หนูว่ามันเยอะไปหมดเลย อันนี้สังเกตจากเพื่อนที่เข้ามาในห้องหนูครั้งแรกนะ เพื่อนเขาก็จะนิ่งแล้วก็ใช้เวลาในการมอง จนหนูแบบเลิกมองได้แล้ว แล้วเพื่อนก็จะเฮ้ย มีอันนี้ด้วยหรอ หนูคิดว่าน่าจะประกอบไปด้วยอะไรที่สนุก แล้วก็น่าสนใจ

ห้องไหนในบ้างนอกจากห้องส่วนตัวที่เป็นเซฟโซนของปันปัน

หนูว่าถ้าที่บ้านหนูให้หน้าทีวี คือที่บ้านก็มี PlayStation 4 เหมือนกัน เวลากลับบ้านหนูจะเล่นเกมกับที่บ้านด้วย แบบ Taken ค่ะ พ่อต่อยน้อง น้องต่อยแม่ แม่ต่อยหนู จะสนุกมาก แล้วก็ดูทีวีกันค่ะ

ขอเชิญพบกับ นักร้องค่าย LABo “ปันปัน ยีย์ยีย์” ครับ

ไปไงมาไงถึงได้เข้าสังกัดในค่าย LABo

อันนี้พี่อ๊อฟ (อ๊อฟ – อนุชา โอเจริญ Executive Producers ของค่าย LABo) เล่าให้ฟังว่า เริ่มมาจากที่พี่อ๊อฟไปเจอเพลงหนูใน YOUTUBE ค่ะ เพลงมงลู่นี่แหละ แล้วก็พอฟังแล้วอยากรู้จักก็เลยโทรมา ตอนนั้นหนูอยู่ที่หอก็รู้สึกว่าเฮ้ย น่าสนใจดี หนูอยากคว้าโอกาสไว้ ก็คิดว่าน่าจะสนุกดี น่าจะได้ทำอะไรเยอะแยะไปหมด ก็เลยเข้ามาร่วมงานกับทางค่ายค่ะ

พอต้องเข้ามาอยู่ในค่ายเรามีวิธีการทำงานยังไง

ปันชอบเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปทำงานในมือถือค่ะ เก็บไว้ในโน๊ตอย่างงี้ เหมือนเพลง เหี่ยวเหมือนเฟรนช์ฟรายด์ค่ะ มันขึ้นมาพอดี On This Day ใน Facebook หนูเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ปันโพสต์ว่า “วันนี้รสชาติเหมือนเฟรนช์ฟรายด์ตอนเหี่ยวๆ” แล้วปันก็เห็นแบบ เฮ้ย เรามาจากโลกอนาคต (หัวเราะ) หรือเรื่องแบบซักผ้าแล้วถุงเท้ามันหายไปข้างนึง อะไรแบบนี้ ถ้าเรื่องไหนอยากเอาทำก็จะหยิบเอามาทำเป็นเพลงได้เลย demo ของหนูก็จมาพร้อมกันทั้งเนื้อร้อง เมโลดี้ แล้วก็ทำนองขึ้นมาพร้อมกันเลย แล้วก็ไปทำต่อที่ค่าย ให้พี่ๆ ก็ช่วย arrange เพิ่มเติม ดนตรีก็จะเต็มขึ้น

เล่าถึงเพลงแรกในฐานะศิลปินของค่าย LABo อย่าง “สวัสดีค่ะ” หน่อย

เพลงนี้คือป่วงสุดล่ะ พี่ทุกคนเขาปวดหัวกันเลย แต่เขาบอกว่าโคตรมัน พี่อ๊อฟก็ชอบ พี่บิว (บิว-รังสรรค์ ปัญญาใจ ศิลปินวง Lemon Soup) ก็ชอบ จริงๆ หนูมีสต็อกให้เลือกว่าจะเอาเพลงไหน แต่ถ้าปล่อย สวัสดีค่ะ เป็นเพลงแรกเพลงอื่นจะฟังง่ายขึ้น ถ้าเพลงอื่นปล่อยมาเขาจะได้แบบ เอ้อ เพลงฟังง่ายขึ้นนะ

ตั้งแต่เพลง “มงลู่” จนถึง “เหี่ยวเหมือนเฟรนช์ฟรายส์” ชอบเพลงไหนที่สุด

เหี่ยวเหมือนเฟรนช์ฟรายด์ค่ะ เพราะว่าหนูสนุกมาก หนูชอบเพลงนี้ แล้วก็ได้ผวนด้วย “ฮายด์เหมือนเฟรนช์เฟียว เหี่ยวเหมือนเฟรนช์ฟรายส์” จริงๆ ตอนทำเพลงนี้อยู่ พี่บิวก็อยู่ด้วยแล้วหนูก็ร้อง “เหี่ยวเหมือนเฟรนช์ฟรายส์ๆๆ” แล้วหนูก็กวนไปว่า “เฮ้ย หรือเอาแบบนี้มั้ย ฮายเหมือนเฟรนช์เฟียวๆ” พี่บิวบอก “เอาดิ อัดเลย” หนูแบบฮะ จริงหรอ โอเค Let’s Go !

สมมติบทสัมภาษณ์นี้เป็น Time Capsule ของปันปัน อยากบอกอะไรกับปันปันในวันพรุ่งนี้ และป้าปันปันในอนาคตบ้าง

พรุ่งนี้หรอ หนูทำอะไรน้า (ครุ่นคิด) ถ้าพรุ่งนี้หนูจะบอกตัวเองว่า อย่านอนดึก ไม่ว่าจะยังไงก็รีบนอนดีกว่ามั้ง เพราะว่าหนูรู้สึกว่าช่วงนี้นอนไม่หลับ แล้วก็กินข้าวหน่อยละกัน สำหรับป้าปันปันในอนาคตอยากบอกว่าถ้า Naughty Dog ออกเกมมา ให้บอกหนูด้วย

Content Creator

Photographer

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า