fbpx

สำรวจเบื้องหลังความแซ่บของ Sexy Mama และพลอย-รัตนรัตน์ ในวันที่ 30+ ยังแจ๋ว

พลอย-รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล ที่เรารู้จักจากในฐานะอดีตดีไซเนอร์ของห้องเสื้อ Flynow, อดีตหนึ่งในสองพลอยแห่งสุริวิภา หรือนักแสดงสารพัดบทบาทหน้าจอทั้งจากคุณชายปวรุจ ห้องหุ่น หรือภาพยนตร์ Die Tomorrow 

ตอนนี้เธอคือคุณแม่ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Sexy Mama รายการเรียลลิตี้ที่เฟ้นหาไอคอนตัวแม่จากสาว ๆ วัย 30+ — วัยที่สื่อไทยอาจมองว่าไม่เฉิดฉายจนถูกจำกัดบทบาท แต่พลอยกลับมองว่านี่คือช่วงอายุของผู้หญิงที่มีไฟ พร้อมไปด้วยประสบการณ์ และสามารถเจิดจรัสได้ไม่แพ้สาว ๆ วัยสะพรั่ง 

Modernist ชวนคุณแม่ และ Executive Producer ของรายการนี้ มาพูดคุยถึงเบื้องหลังของรายการโชว์สุดแซ่บ และชีวิตของคนเบื้องหลังอย่างเธอกัน

คุณเป็น Executive Producer รายการที่เท่าไหร่แล้ว

Sexy Mama เป็นรายการแรกที่ทำหน้าที่ Executive Producer เต็มตัว แต่จริงๆ แล้วที่ผ่านมาก็มีได้ทดลองทำงานด้านนี้ในหลายๆ ส่วน ทั้งรายการเกม และการทำหน้าที่ Costume Design ของซีรีส์อิน-จัน รวมถึงการทำ Creative และ ดูแลเรื่องงาน Graphic สำหรับการโปรโมทรายการต่างๆ หรือแม้กระทั่งอีเวนท์ ซึ่งค่อนข้างจิปาถะ แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้เราได้เรียนรู้งานในหลายๆ ส่วน ในวันที่เรามาเป็น Executive Producer เต็มตัวก็เลยเข้าใจรายละเอียดงานในหลายส่วน รวมถึงเข้าใจมุมมองความคิดของทีมงานมากขึ้น

Sexy Mama เริ่มต้นได้อย่างไร

พลอยกับเต็นท์ (กัลป์ กัลย์จาฤก-กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด) ทำงานคู่กันมาตลอด เต็นท์จะเป็นคนหาโปรเจ็คต์มาลง หรือคิดคอนเทนต์ ส่วนพลอยมีหน้าที่ซัพพอร์ตคือ เห็นไอเดียปุ๊บ แล้วมาจัดการต่อให้มันเกิดขึ้น ทั้งการเลือกทีม การจัดการเรื่องเวลา และอื่นๆ แต่พอหลังจากมีครอบครัว ทั้งเต็นท์และพลอยก็เริ่มสนใจคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับครอบครัวมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ตอนที่ไปซื้อ The Return of Superman ที่เป็นคอนเทนต์จากเกาหลี หลังจากนั้นก็เป็น Dress My Love ชุดนี้พี่จัดให้ ซึ่งเป็นรายการที่เราคิดกันเอง ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสามีภรรยา คู่รัก โดยให้ผู้ชายมาแต่งตัวให้ผู้หญิง ที่ทำให้เห็นมุมเล็กๆ ของคนที่เป็นคู่รักที่มันน่าสนใจ

แล้วพอมาเป็น Sexy Mama พลอยมาถึงอายุที่ตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือ เรารู้สึกเลยว่าต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหารก็ต้องเลือกมากขึ้น เริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง และเริ่มเห็นพฤติกรรมนี้ของคนอายุ 30+ ที่อยู่รอบตัว ประกอบกับเทรนด์ Health and Fitness ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนตื่นตัวกันมาก เราเห็นตัวอย่างของผู้หญิงหลายคนที่แม้จะอายุมากขึ้นแต่เขายังดูดีมากๆ ซึ่งการดูดีในวันนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่ว่าคุณต้องเป็นดารา หรือต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงาน แต่เราทุกคนอยากดูดีอยากสุขภาพดีเพื่อตัวเอง เพื่อความมั่นใจ และเพื่อคนที่เรารัก จากจุดนี้ทำให้เราเอามาพัฒนาต่อ จากประสบการณ์ที่เราทำคอนเทนต์ด้านเรียลลิตี้ จึงทำให้เรารู้สึกว่าการประกวดที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้หญิง 30+ มันน่าสนใจ มันพัฒนาได้ ซึ่งพอเริ่มวางโครงก็ยิ่งเห็นว่ามันมีหลายมิติที่น่าสนใจในการนำมาทำเป็นรายการ และสามารถดีไซน์ออกมาเป็นแคมเปญ หรือ ภารกิจให้กับผู้เข้าแข่งขันได้

ย้อนกลับไปถึงรายการครอบครัวอย่าง The Return of Superman หน่อย ทำไมตอนนั้นถึงเลือกทำรายการนี้

กันตนาเรามีความชอบและถนัดการทำรายการเรียลลิตี้อยู่แล้ว และในตอนนั้นยังไม่มีรายการรูปแบบนี้ ซึ่งเป็นรายการที่ดูได้ทั้งครอบครัว ดูได้ทุกเพศทุกวัย แล้วพลอยกับเต็นท์ก็ชอบดูรายการนี้อยู่แล้วด้วย เพราะเป็นรายการที่มีเสน่ห์และน่ารักมาก ด้วยความสดใสและความเรียลของเด็กๆ และคุณพ่อในรายการ ก็เลยเป็นที่มาของการคุยกันสองคนว่า เราไปซื้อฟอร์แมตเขามาดีมั้ย เพราะเขามีฐานแฟนที่เหนียวแน่นอยู่แล้วในประเทศไทย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เราก็เรียนรู้อะไรเยอะมากและมีดีเทลในการทำงานเยอะมาก ทั้งการออกแบบตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ต่างๆ ในรายการซึ่งทำใหม่ทั้งหมดในเวอร์ชั่นประเทศไทย

ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ รายการเรียลลิตี้ในแบบที่เราสนใจ จะมีองค์ประกอบสำคัญที่เหมือนกัน คือ การ Empower ผู้หญิง อย่างใน The Return of Superman แม้จะเป็นรายการที่ผู้ชายจะเด่นมาก แต่จะมีมุมที่รายการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทลายกรอบว่าผู้หญิงเท่านั้นที่ต้องเลี้ยงลูก และเป็นรายการที่เราได้เห็นประกายความสุขของผู้หญิงที่ได้รับ Golden Time ในการออกไปทำในสิ่งที่ชอบในช่วงเวลาที่เป็นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ในมุมมองผู้หญิงและตอนนั้นก็เริ่มมีลูกก็เห็นความน่าสนใจตรงนี้ และเมื่อมาทำ Sexy Mama ก็ได้พัฒนาความคิดไปอีกกับการโฟกัสที่ตัวผู้หญิงจริงๆ และเลือกที่จะเจาะไปที่ผู้หญิง 30+

มีมุมมองยังไงกับการที่สังคมไทยมองว่าผู้หญิงอายุ 30+ คืออายุมากแล้ว ในขณะที่ทั่วโลกมองว่าวัย 30 คือวัยที่เซี๊ยวที่สุดของผู้หญิง และการนำเสนอผู้หญิงที่อายุ 30 40 ที่ยังเก่งและแกร่งอยู่ 

ผู้หญิงแต่ละวัยมีความน่าสนใจของตัวเอง มันคือการเติบโตไปในแต่ละวัยแต่ละช่วงเวลา ซึ่งตอนนี้พลอยอายุ 36 พลอยก็ไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองแก่ พลอยแค่รู้สึกว่า จะ 40 แล้วเหรอ และพอเราอายุมาถึงตรงนี้ก็ทำให้รู้เลยว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ สิ่งสำคัญคือคุณเรียนรู้อะไรในตลอดชีวิตที่ผ่านมา และวันนี้คุณเป็นคนเป็นแบบไหน หรือมีพฤติกรรมอย่างไร แต่ถามว่าแล้วเพราะอะไรถึงมาทำคอนเทนต์ที่เจาะผู้หญิงวัย 30+ เอาจริงๆ ก็เพราะว่าเป็นวัยที่เรารู้สึกว่าเราเข้าใจ และพอยิ่งออดิชั่นก็ทำให้เราได้รู้ว่าวัยนี้มีความน่าสนใจมาก ผู้หญิงวัยนี้สำหรับเรา คือ ผู้หญิงที่รู้จักตัวเองแล้ว รู้ความต้องการตัวเองแล้ว และทำบางสิ่งบางอย่างที่มีเป้าหมาย มันไม่ใช่วัยที่จะมากังวลว่าใครจะคิดกับฉันยังไง แต่จะเป็นวัยที่ชัดเจนกับตัวเองมากพอ และสนุกกับการที่จะเติบโตไปอีกขั้น นี่คือวัยที่เป็นตัวแทนของคำว่า Sexy Mama ได้ดีที่สุด

ในปัจจุบันที่กลุ่มผู้ชมมีความหลากหลายมากขึ้น หรือแม้กระทั่งคนอายุ 30 ก็เอามาทำคอนเทนต์ได้ มันยากหรือง่ายขึ้นอย่างไรกับการที่เราจะคิดคอนเทนต์ในยุคปัจจุบัน 

ก็ยากเหมือนกันนะ แต่ก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์เราต้องรู้ก่อนว่าคนดูเป็นใคร คนวัย 30+ เค้าสนใจอะไร อยากดูอะไร เราถึงจะย้อนกลับมาคิดคอนเทนต์ได้ ซึ่งสำหรับซีซั่นแรกของ Sexy Mama ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้เราได้เห็นจุดที่เราต้องพัฒนาแล้วทำให้ดีขึ้นไปอีก

ถ้าให้ Sexy Mama อย่างคุณนิยามตัวเอง คุณคือ Sexy Mama แบบไหน

ม้าพยศ พลอยว่าถ้าให้นิยามแบบภาพชัดๆ พลอยว่าพลอยมีความเป็นม้าพยศ ม้าก็คือวิ่ง ฉันหยุดวิ่งไม่ได้ ฉันต้องวิ่ง และพยศของพลอยในแง่แบบว่า ไม่ยอมคน สู้ไว้ก่อน ฉันก็สู้คนนะ สู้ในสไตล์ของตัวเอง

เล่าถึงตอนคัดเลือกผู้เข้าประกวด Sexy Mama ให้เราฟังหน่อย

คนเข้ามาสมัครประมาณ 200 คนได้ ถือว่าเยอะเลย และแต่ละคนที่ได้มาก็คือมีความพีค แปลกแหวกแนว เกินจากสิ่งที่เราคิดไว้มาก ซึ่งเราคัดเลือกกันในช่วงที่เริ่มมี COVID ก็มีทั้งออดิชั่นออนไลน์ และมาออดิชั่นด้วยตัวเองแบบเจอตัวกันก็ตอนรอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งตรงนี้คือจุดที่เราต้องชัดเจนว่าเราต้องการเห็นอะไรในรายการ ก็คุยกันเยอะมากว่าเราจะเอาแนวสวย แนวแกร่ง แนวเก่ง หรือเอาแนวแปลกหลุดโลกไปเลย ซึ่งพอออดิชั่นเราก็พบว่าคนที่เข้ามาออดิชั่นมีความหลากหลายมาก ซึ่งสิ่งที่เราวางเป็นเกณฑ์ไว้ไม่ใช่คะแนนความสวย แต่ต้องเป็นคนที่มีเรื่องราวที่นำเสนอออกมาน่าสนใจและมีศักยภาพที่จะไปต่อได้ในแบบของเขา ซึ่งทำให้เราได้ผู้เข้าแข่งขันที่หลากหลายมาก ตั้งแต่นักเพาะกาย แม่ค้าออนไลน์ นักเต้น เจ้าของคณะสิงโต อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งคุณแม่ในวัยเกือบ 60 ก็มีมาแข่งในรายการ ซึ่งถ้าไปย้อนดู EP แรกๆ จะเห็นว่าแต่ละคนไม่ได้สวยเป๊ะ แต่เขามาพัฒนาต่อในรายการและก็ทำให้เห็นว่ามันพัฒนาได้จริงๆ

อย่างหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน คือ Mama โบว์ อายุ 59 ปี แต่เป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยพลังและหุ่นคือดีมาก มีซิกแพคในอายุขนาดนี้ไม่ง่ายเลย ซึ่งพอทันทีที่เราเห็นว่ามีคนที่สามารถจัดการชีวิตและดูแลตัวเองได้ดีอย่างนี้ มันเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนว่าถ้าตั้งใจจริงเราทำได้ ซึ่งตรงนี้เป็นความน่าสนใจของรายการที่ทำให้คนดูสนุกและผู้เข้าแข่งขันด้วยกันก็สนุก

ออกแบบแต่ละแคมเปญให้กับ Sexy Mama อย่างไรบ้าง?

ในแต่ละแคมเปญจะถูกคิดโดยทีมครีเอทีฟ รวมถึงพลอยและเต็นท์ก็จะเข้ามาร่วมคิด ซึ่งจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวพวกเรา แต่ใส่กิมมิคและลูกเล่นเข้าไปเพื่อให้รายการมีเซอร์ไพรส์ ซึ่งในคราวนี้ก็มีแคมเปญที่ทันโลกสมัยใหม่ เช่น การลองเป็นครีเอเตอร์ทำคอนเทนต์ลงออนไลน์ หรือ การไปเดทเพื่อดูสกิลการวางตัวกับเพศตรงข้ามของเหล่า Mama  

ทำไมถึงต้องเป็น แคท-ฮาน่า-แพนเค้ก ในการมาเป็น 3 มาดามของ Sexy Mama 

การที่เขาไม่ได้อยู่ในจอมานาน เลยรู้สึกว่าอยากทำให้คนตื่นเต้นด้วย บวกกับคาแรกเตอร์ของทั้ง 3 คนที่คนดูจะได้อะไรจากพวกเขา พี่ฮาน่า (ทัศนาวลัย จักรพงษ์) เขาก็จะมีความ Glam โก้หรู และเป็นผู้หญิงที่มีความแข็งแกร่งแต่ก็อ่อนหวาน ซึ่งเป็นบุคลิกที่น่าสนใจมาก ในขณะที่ พี่แคท (แคทรียา อิงลิช) ก็เป็นคนที่มีความสดใส เป็นตัวของตัวเอง และมีความน่ารัก รวมถึงเป็นตัวแม่ด้านการดูแลตัวเอง ส่วนแพนเค้ก (เขมนิจ จามิกร) ก็เป็นคนที่โดดเด่นมากเรื่องทัศนคติของเขาที่ทำให้เขาเป็นผู้หญิงที่สามารถจัดการสิ่งต่างๆ และทำหน้าที่ต่างๆ ได้ดี ทั้ง 3 คนก็ถือว่าส่วนผสมที่ลงตัวของรายการ

พอ 20 ผู้เข้าประกวดมาอยู่ร่วมกัน บรรยากาศในการถ่ายทำเป็นยังไงบ้าง 

ส่วนใหญ่จะสามัคคีปรองดอง แต่พอผู้หญิงมาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ก็จะมีความเจี๊ยวจ๊าวบ้าง แบบเอาของอร่อยมาแบ่งกัน มีการแบ่งกลุ่มแบ่งก๊วนที่เขาสนิทกัน แต่ไม่ได้แบบดราม่าอะไรกันหนัก เรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ซึ่งทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันหมด ก็ถือเป็นการอยู่ร่วมกันของผู้หญิง 20 คน

ประทับใจใครที่สุดในผู้เข้าประกวดทั้ง 20 คน และจากทุกแคมเปญ โจทย์ไหนที่คุณชอบมากที่สุด

จริงๆ ชอบหมดเลย 20 คนนี้ เพราะว่าเลือกกันมากับมือ ก็เลยรู้สึกว่าอยากให้ทุกคนได้เป็น Sexy Mama เพราะรู้สึกว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะได้เป็นที่หนึ่ง ชอบความรู้สึกที่มาแข่งแต่เหมือนไม่แข่ง เพราะทุกคนมีทัศนคติที่ดีมาก คือ มาแข่งเพื่อตัวเอง มาพิสูจน์ตัวเองให้ได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ หลายคนมาพบในรายการว่า ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันทำสิ่งนี้ได้ ฉันไม่เคยทำแต่ฉันจะลองทำ และฉันทำได้ด้วย เพิ่งรู้ว่าตัวเองทำได้ รู้สึกว่ามีหลายภารกิจซึ่งบางคนเป็นและไม่เป็น เขาถึงบอกเลยว่า สามารถจบปริญญาได้เลยจากการมาแข่งในรายการนี้

ส่วนแคมเปญก็คือชอบทุกแคมเปญ แต่จะมีอันนึงที่ใช้ความสามัคคี อันที่ใช้ฝีไม้ลายมือของผู้หญิง แม่บ้าน การจัดบ้านเป็นยังไง การจัดการความคิด ความเป็นผู้หญิงแบบแม่บ้านที่เป็นแม่ พลอยก็มีความโรคจิตในการจัดบ้าน ก็จะรู้สึก เฮ้ย คนนี้ทำแบบนี้ หรืออย่างการใช้พละกำลัง อย่างการทำงานเป็นทีม อย่างพายเรือที่เรือจมน้ำ เหตุการณ์เฉพาะหน้า มันก็สนุก มันก็ดูเป็นเรียลลิตี้ อันล่าสุดก็ดีเบต โต้วาที มันก็ได้ใช้ความคิด เพราะฉะนั้น 3 จุดของ ทั้ง 13 ตอนเนี่ย พาร์ทแรกจะเป็นเรื่องพลกำลัง พาร์ทสองจะเป็นทักษะด้านการเป็นแม่ศรีเรือนนะ พาร์ทสามจะเป็นทัศนคติ ไหวพริบ พอเป็นอีพีสุดท้าย ก็จะเป็นการเอาทุกสิ่งที่คุณได้มาจากทุกอีพีมาอยู่ในภารกิจเดียว

คิดว่ารายการ Sexy Mama ให้อะไรกับคนดูนอกเหนือจากความสนุกและความบันเทิงบ้าง

คุณค่าในตัวเอง และรู้ว่าถ้าเราตัดสินใจจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก เราสามารถดีขึ้นได้ในทุกด้าน

หลังจากจบ Sexy Mama ซีซันนี้แล้ว อยากทำอะไรในซีซันต่อไป

ซีซั่นหน้ามีคิดๆ ไว้ก็อยากลองทำ Sexy Papa บ้าง อย่างที่เกาหลีมี Sexy Papa ที่เป็นอปป้าเลี้ยงลูกแล้ว อื้อหือ กล้ามแน่น พลอยว่าน่าสนใจมาก ก็อยากลองทำ แต่ความยากของคนทำทีวีคือมันไม่สามารถคิดแล้วทำได้เลย ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่ถ้าไอเดียเรามาแล้ว เรามี Season 1 แล้ว เรามีถ้วยรางวัลแล้ว จบ Season 1 มันก็ต้องมี Season 2 แต่ว่าอันนี้เมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้อยากจะทำเป็น Sexy Papa อยากทำเป็นพาร์ทผู้ชายบ้าง ก็น่าจะสนุกดี

แล้วในฐานะ Executive Producer ของ Sexy Mama รู้สึกไหมว่าตัวเองมีความเป็น Sexy Mama อยู่

มีแน่นอน พลอยเป็นคนมี Creative ในเรื่องการใช้ชีวิต นี่คือนิยามความ Sexy ของพลอย ทุกจังหวะชีวิตของเราทั้งการทำหน้าที่ภรรยา การทำหน้าที่แม่ เราจะคิดให้มันสร้างสรรค์ว่าจะทำอย่างไรให้แฮปปี้ ทั้งในช่วงที่สุขและทุกข์ มีปัญหาก็เรียนรู้กันไป แก้ไขกันไป พลอยใช้ความคิดในทุกเรื่องและต้องเป็นการคิดที่มันสร้างสรรค์ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน รสนิยมของตัวเอง การจัดบ้าน การเลือกของ การทานอาหาร ซึ่งเป็น Relationship ที่เราสองคนไปด้วยกันได้และมันลงตัว ไม่ต้องมีใครมาว่าใครว่า ‘เธอกลับบ้านดึกอีกแล้วนะ’ มันคือการสมดุลให้ดีในทุกอย่าง มันคือการจัดการชีวิตได้ในแบบฉบับของเรา ซึ่งการทำงานกับสามีเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่เราก็เรียนรู้กันไปและช่วยกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

ความยากในการมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกันตนาที่ต้องทำงานร่วมกับสามีคืออะไร มีทะเลาะกันบ้างมั้ย

มีเยอะ เพิ่งจะมาเข้าใจเหมือนกันนะ คือมันใช้เวลา 9 – 10 ปีถึงเข้าใจว่า อ๋อ งั้นเรื่องนี้ฉันยอมเธอก่อน เรื่องนี้เธอก็ต้องยอมฉัน คือเริ่มเข้าใจว่า อย่าฉลาดไปกว่ากันและกัน ให้ใช้คำว่าเข้าใจมากกว่า และให้เข้าใจว่า เรากำลังจะสื่ออะไรถึงงานตรงนี้ และเขากำลังจะสื่ออะไร ไม่ใช่ต้องมานั่งแข่งกัน มันจะมีตรงจุดที่เป็นคู่แข่งนะ แบบคิดว่าเราแน่ เราเก่ง ซึ่งตรงนี้ต้องพยายามปรับ มันก็เริ่มลงตัว นี่ก็คือความ Balancing ในการใช้ชีวิตในทุกสเต็ปของตัวเอง เป็นผู้หญิงในแบบไหนสำหรับใคร ทำอะไรให้ใคร อยู่กับใคร นั่นคือ Sexy Mama และมีความพัฒนาตัวเอง รู้ว่าผิดอะไร แล้วมันจะต้องทำยังไงต่อเพื่อให้ทุกอย่างไปต่อได้ ทุกอย่างนี้คือ Sexy Mama 

มีงานแบบไหนที่คุณอยากทำมากที่สุดไหม

จริงๆ ก็ทำหลายอย่างมากแล้วทั้ง Designer, Costume Designer ก็ยังทำอยู่ มันอยู่ในความถนัดอะ เรื่องเพลงเรายังทำเลย หมายถึงทำเพลงคือทำสกอร์ ไม่ได้เป็นคนแต่งนะ เป็นคนเลือกเพลงมา จริงๆ ก็ ชอบทำ Compose เพลง สนุกอะ หาเพลง หาจังหวะมาลง หาเพลง 1 ซีน บางทีหาเป็นเป็นร้อยเพลงว่าจะได้ นั่งทำทั้งวัน บางทีหาไปก็อุ้มลูกให้นมไปด้วย ก็สนุก อันนี้คือช่วงอิน-จัน และมีก่อนหน้านั้นทำ Gossip Girls อีก ก็ไปหาเพลง ติดต่อเองคนเดียว โทรไปหาค่ายนู้นค่ายนี้ ขอเพลงของคนที่สนิทบ้าง เอา Backing Track มาลง ใส่ Backing Track อย่างเดียว และเอาเนื้อขึ้นตอนนี้ ต้องจะคุยกับทางฝั่ง Sound ก็สนุก อันนี้ก็เป็นอีกอันนึงที่ไม่เคยทำ แล้วพอได้ทำก็สนุก

เรียนรู้อะไรจากการทำงานแบบจิปาถะของตัวเอง

ก็เยอะอยู่เหมือนกัน ทำให้เรามีความคิดที่กว้างมากขึ้น ทำให้เราฉลาดมากขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น แล้วก็ใช้อารมณ์น้อยลง และก็ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณคิดว่าการทำคอนเทนต์นี้ยุคนี้ควรจะต้องเป็นอย่างไร

สำหรับพลอย พลอยว่ามันต้องโดน มันต้องสนุกอะ มันต้องสนุกในแง่ว่า ถ้าเราอยากเสพซีเรียส เราต้องไปดูโหนกระแส เพราะเขาให้สิ่งนี้กับเรา ถ้าจะดูความตลกความสนุก ดูซิทคอม สนุก ตลก ก็โคตรคูล ถ้าอยากดู Reality ต้องดูกันตนา ดูความซีเรียส ดูความจริงๆ เลย และให้คุณค่ากับคนดูและสังคม ธีมของกันตนาเป็นแบบนี้ สิ่งที่เราต้องคิดไม่ใช่แค่เราอย่างเดียว เราต้องเพิ่มคุณค่าเนื้อหารายการด้วย 

Sexy Mama ก็มีเนื้อหาที่ให้อะไรแก่ผู้แข่งขันและกับคนดูด้วยเหมือนกัน มันก็ได้ผลในจุดนี้ ถือว่าเราก็ประสบความสำเร็จในแบบที่เราได้สร้างคุณค่าให้สังคม และทำให้ผู้หญิงได้มีพื้นที่ในการค้นพบตัวเองและพัฒนาตัวเองในแบบของเขา

Content Creator

Photographer

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า