fbpx

คุยกับเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หลังร่าง พรบ.สุราก้าวหน้าเพิ่งผ่านวาระที่ 1 สดๆ ร้อนๆ

หลังจากผลักดันมาหลายปี ในที่สุด ร่าง พรบ.สุราก้าวหน้า ที่เน้นไปที่การปรับลดภาษีเพื่อให้ประชาชนคนธรรมดาสามารถประกอบธุรกิจทำสุราได้ ก็ผ่านวาระที่ 1 ของสภาไปเป็นที่เรียบร้อยในวัน 9 มิถุนายน 2565 

และเบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร จากอดีตหนุ่มจบนิติศาสตร์ที่ต้มเบียร์เองจนถูกกรมสรรพสามิตบุกจับจนเป็นข่าว จนกลายมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เขตคลองสาน ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ และ พรรคก้าวไกลในปัจจุบัน ผู้มีความฝันที่อยากจะเห็นวงการสุราไทยเติบโต 

เท่าพิภพ ผลักดันเรื่องสุราก้าวหน้ามาตลอดตั้งแต่เข้ามาทำงานการเมืองใหม่ๆ จนวันนี้เมื่อกฎหมายสุราไทยที่ล้าหลัง เริ่มจะมีความก้าวหน้า เราจึงไปพบกับเขาทันทีเพื่อพูดคุยถึงความสำเร็จในครั้งนี้

รู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่า ร่าง พรบ.สุราก้าวหน้าผ่านในวาระแรก

ไม่ตื่นเต้นเลย เพราะมีพี่จากพรรคเพื่อไทยไปแอบดูจอมา (หัวเราะ) แล้วก็บอกว่า เฮ้ย ผ่านเว้ย เราก็แบบ โห พี่สปอยล์ผมอ่ะ ผมเลบไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก เพราะโดนสปอยล์มาก่อน แล้วมันเหมือนทำใจมา มันเสียวมาหลายครั้ง เหมือนวันก่อนที่โดนอุ้มไป เกลียดโมเมนต์แบบนี้ เหมือนเวลาคนจะเดินมาบอกเราว่าได้งานหรือไม่ได้งาน มันจะลุ้น แต่เราก็ทำใจไว้แล้ว แต่พอผ่านมันก็.. (ถอนหายใจ) ผมว่าคนอื่นดีใจมากกว่าผมอีก คนในพรรคน่ะ ความรู้สึกที่มันได้ชนะบ้าง เพราะมันแพ้มาโดยตลอด 

จริงๆ เราบอกผู้ช่วยให้เตรียมภาพไว้ลงแล้ว (ถ้าไม่ผ่าน) ประมาณว่าขอโทษ ภาพแบบเศร้าเลย สะพายกระเป๋า ถ่ายจากด้านหลัง เดินแบบเศร้าๆ เตรียมไว้แล้ว แต่อ้าว ผ่านเฉย ก็งงเหมือนกันครับ คือจริงๆ ตอนแรกก็มีคิดว่าผ่านนะ คิดว่าผ่านอยู่แล้ว ตั้งแต่รอบก่อน ที่ก่อนจะโดนอุ้ม แต่คราวนี้พอมันไม่เต็มสภา มันคำนวนอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อวานก็เลยเครียด รังแคขึ้นหัวเลย คือเซ็งอ่ะ เราพยายามมาก แล้วมันจะไม่ผ่านจริงหรอ เพราะมันมีหลายเรื่อง กระแสมันไม่ดีเท่าวันก่อน เพราะกระแสวันก่อนมันสุราก้าวหน้าแบบเดี่ยวๆ แต่วันนี้มันก็เป็น Pride Month ด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ แต่ว่าโฟกัสมันไม่ได้ การกดดันทางสังคมอีก ครั้งก่อนยังมีม็อบมา แต่ครั้งนี้ไม่มี

คิดว่าในวาระต่อไปจะเจออุปสรรคอะไร

ก็มีข้อกังวลของหลายๆ คนที่เขาอยากให้ร่างฯ นี้เป็นนู่นเป็นนี่ ไปดูเรื่องการต้มเบียร์ที่บ้านให้หน่อย เราก็ไปศึกษา เราก็ต้องไปโน้มน้าวเขาว่ามันทำได้จริงๆ แต่เราจะพูดอย่างเดียวก็ไม่ได้ เราก็ต้องเอาหน่วยงาน เอาผู้เชี่ยวชาญ หรือเอากฎหมายเปรียบเทียบมาให้ดู เพราะเราไม่ประนีประนอมในหลักการเราอยู่แล้ว เราเชื่อว่ามันคือสิทธิเสรีภาพในการทำอะไรด้วยตัวเอง เรารับความเสี่ยงเอง รัฐมาเสือกอะไรด้วย ต่อไปประเทศจะไปเป็นแบบ ลี กวนยู แบบนี้หรอ เฮ้ย ทิชชู่บนโต๊ะต้องสีชมพู ในห้องน้ำสีขาว มันก็เกินไปใช่ไหมล่ะ กฎหมายมันไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่าง มันคือหลักการพื้นฐานของเสรีภาพที่ติดตัว ไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายมาให้อำนาจ 

โอเค ในแง่ความเป็นห่วง ในจริงๆ มันมีกฎหมายอื่นๆ อยู่แล้วรึเปล่า ใครจะไปบ้าเอายาพิษไปใส่ ถ้าเราจะเอายาพิษไปใส่ จะไปใส่ที่ไหนก็ได้ มันเป็นความกลัวที่ไม่เอาด้วยรัก ก็เอาด้วยชัง ก็เป็นแทคติกทางการเมือง หรือเป็นการให้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ก็ต้องเอาชนะันด้วยตรรกะและวิทยาศาสตร์

หลังจากมีการตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษาแล้ว คิดว่าจะโดนแก้ยังไงอีกบ้าง

เฮ้อ ถ้าจะแก้ ก็แก้นั่นแหละ แต่ต้องผ่าน ต้องทำให้มันได้แหละ จะแก้ก็มาคุยกันดู มันอยู่ที่การเจรจาว่าเขายอมแค่ไหน และก็เหมือนเดิม คือต้องทำให้เขาไม่มีข้ออ้างในการโหวตโน นั่นคือ Rule of game นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ ผลมันออกมาเป็นยังไง มันก็อยู่ที่ว่าเราปิดช่องตรงนี้นี่แหละ ให้เขาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงโหวตโน คุณจะรับเงินหรืออะไรมา มันก็เรื่องของเขา เราทำอะไรตรงนั้นไม่ได้  เราก็ทำส่วนของเรา

ทำไมร่างฯ นี้จึงเป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างเห็นพ้องต้องกัน

ด้วยเนื้อหาของกฎหมายมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนที่เป็น สส. ที่มาจากการเลือกตั้ง มีคนในเขต หลายๆ เขตก็มีคนต้มเหล้าหมดแหละ เขาเคยไปลงพื้นที่ก็เจอปัญหา แต่บางคนเป็น สส.บ้านใหญ่ ไม่เคยลงพื้นที่ เขาไม่เคยเห็นอะไรพวกนี้ก็มี ซึ่งประสบการณ์ส่วนตัวถ้าเป็น สส.ลงพื้นที่มันเจออยู่แล้ว และพบว่าอันนี้มันก็เป็นประโยชน์ของประชาชน เพราะประชาชนเขาทำ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะโหวตให้ผ่าน และมันมี Cost ที่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยคุณจะไปตอบยังไงล่ะ เขาก็คิดว่าคุณรับเงินนายทุนหมดแล้ว

มีวิธีการดีลกับพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างไรให้เห็นด้วยกับ พรบ.สุราก้าวหน้า

ก็ไปถามว่าพี่ติดอะไร ก็ตอบเขาไปจนสิ้นข้อสงสัย ถ้ารัฐบาลว่างี้ เราก็อธิบายตอบโต้ สำหรับเขามันหาเหตุผลยากที่จะไม่รับ มันก็ง่ายสำหรับเรา เราดีเฟนส์ได้หมด จะบอกว่ากินเหล้าเสียสุขภาพ อ้าว แล้วที่รายใหญ่ทำอยู่ล่ะครับ ทำไมรายใหญ่ทำได้ รายเล็กทำไม่ได้ล่ะครับ มันตอบได้หมด จะบอกว่าไม่มีคุณภาพ ไม่เกี่ยวหรอก คุณภาพมันก็ต้องตรวจกันอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านมันก็เป็นมติร่วมกัันอยู่แล้ว ความเห็นในเรื่องนี้มันก็แตกต่างยาก ฝ่ายค้านก็ต้องโหวตไปในทางเดียวกัน ถ้าไม่ได้ขัดกับนโยบายที่หาเสียง จริงๆ พรรคเพื่อไทยเขาก็ทำอยู่แล้ว เขาก็ปลดล็อคมาตอนคุณทักษิณนู่น ก็เหลือให้เรามาทำตรงนี้

คิดว่าในนักการเมืองพรรคฝั่งรัฐบาลที่โหวตรับ มีคนที่หวังผลทางการเมืองบ้างไหม เช่น อนาคตทางการเมืองริบหรี่แล้ว 

ถ้าคิดยังงั้นก็ได้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าคนเขาคิดแบบนั้นจริงๆ รึเปล่า คนเขาเห็นรึเปล่า มันไม่ใช่ว่าคนเขาจะเห็นในสิ่งที่เราทำทุกอย่าง คือบางทีความดีมันน้อย ความเหี้ยมันเยอะ และความเหี้ยมันใหญ่กว่าเสมอ

ว่ากันว่านี่คือฉันทามติครั้งประวัติศาสตร์ของพรรคฝ่ายค้าน

ฉันทามติเรื่องกัญชาก็สำคัญอยู่นะ คือฝ่ายค้าน เอาแค่ผ่านนี่ก็โคตรยากเลย ไปถามนักข่าวเลย มีไม่กี่คนหรอกที่ในช่วงชีวิตเคยเห็น พรบ.ฝ่ายค้านผ่าน

ร่าง พรบ.กัญชา-กัญชงที่พึ่งผ่านวาระที่ 1 ไปในเวลาใกล้เคียงกัน ส่งผลต่อร่าง พรบ.สุราก้าวหน้าไหม

เราคิดว่าใช่ มันก็เป็นแทคติก เราก็พูดนะว่า กัญชาพึ่งผ่านไป แต่ถ้าเหล้าไม่ผ่านนี่ตลกนะ มันก็ทำให้มันเกิดผลตามมา อย่างพรรคภูมิใจไทยที่ก่อนหน้านี้ดันเสรีกัญชา โห ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้คุณจะบอกว่ามันไม่ใช่เพื่อประชาชนหรอ มันก็กลืนน้ำลายตัวเอง สุดท้ายก็คือการที่ตะล่อมให้เขามาทางนี้ให้ได้ มันก็เป็นเรื่องการเมืองเพียวๆ เลย ไม่มีเงิน ก็ต้องทำแบบนี้แหละ

คิดในวาระต่อๆ ไปจะเจอการนำเรื่องทางศาสนาหรือศีลธรรมมาเกี่ยวไหม

มันเจอไปแล้วล่ะ เรื่องทางศาสนาทางคุณยิ่งเอามาพูด ศาสนายิ่งเสีย จะยิ่งดูใจแคบ อยู่ที่ว่าเขาคิดตรงนี้กันได้เขาจะเลิกเอาศาสนามาเกี่ยว เราเป็น Secular State (รัฐฆราวาส – รัฐสมัยใหม่ที่ไม่นำศาสนามายุ่งเกี่ยวกับการปกครอง) กฎหมายเราต้องไม่ได้ based ตามพุทธศาสนา หรือ อิสลามเหมือนอิหร่าน โอเค คุณมีความคิดเห็นได้นะ แต่สุดท้ายคุณต้องดูว่าคนส่วนใหญ่มองคุณยังไง สุดท้ายมันจะเกิดแรงต้านรึเปล่า การห้ามขายวันพระ เฮ้ย คุณให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธ แล้วศาสนาอื่นล่ะ คนมุสลิมหรือคนคริสต์เขาก็น้อยใจด้วยซ้ำ ทำไมขายเหล้าในวันอีดได้ มันไม่มีผลดีเลยกับประเทศ

คนที่ไม่กินเหล้า ทำไมต้องสนับสนุนร่าง พรบ.สุราก้าวหน้า 

บางคนที่สนับสนุนเขาก็ไม่ได้กินเหล้า แต่มันเป็นเรื่องความหวังทางการเมือง ทำให้คนเท่ากันมันเห็นภาพ มันคือในทางกฎหมาย จะคนรวย คนจน ก็สามารถทำธุรกิจเดียวกันได้ คือคนรุ่นเรามันไม่มีหวัง เพราะรู้สึกว่ามันไม่มีโอกาส โอกาสในการทำธุรกิจที่โดนบล็อก ในไทยมันเยอะมาก ทำ Guest House ก็ไม่ได้ ขอใบอนุญาตแต่ไม่มีทางหนีไฟ เพราะกฎหมายมันเก่า มันก็ยาก มันก็เป็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงสำคัญตรงนี้

ต่อมามันเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ก็แน่นอนมันก็มีผู้ประกอบการมากขึ้น เกษตรกรก็ได้ขายผลผลิตทางการเกษตร ถามว่ามันจะเปลี่ยนประเทศไปเลยไหม มันก็อาจไม่เท่าเราส่งเสริมเรื่องหุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์หรอก แต่ถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นแล้ว 

ในการผลักดัน พรบ.สุราก้าวหน้า นอกจากเรา มีคนอื่นๆ ที่ได้เข้ามาช่วยเราบ้างไหม

พวกวิปฝ่ายค้านเขาก็ไปคุยกันอยู่แล้วล่ะ แต่ในเชิงเทคนิคส่วนใหญ่เราก็ทำคนเดียว ก็ทำกับเครือข่ายด้วย พรรคช่วยบ้าง แต่สำหรับมันง่ายไง ถ้าเขียนกฎหมายเป็นมันก็จะเป็น เหมือนปั่นจักรยานแหละ กัญชาเราก็ทำเอง โชคดีที่เราเรียนกฎหมายมา ถ้าคนอื่นก็อาจยากหน่อย เช่น อยากทำตรงนี้ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเรามีความฝัน แต่เราไม่รู้จะทำยังไง เราคือนักกิจกรรม เราคือนักสู้ แต่ถ้าเรามีความฝันแล้วเรารู้ว่าต้องทำยังไง เราคือนักการเมืองนะ ไปคุยกับเครือข่าย ไปคุยกับ NGOs ทำงานกับพรรคการเมือง สเต็ปนี้ต้องแก้กฎหมายอะไร 

แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความฝันนั่นแหละ ถ้าไม่มีความฝันร่วมกันกับคนอื่นเลย หรือไม่สามารถทำให้คนอื่นฝันเหมือนกับเราได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเดินไปตรงนั้น ก็ต้องสร้างสเต็ป เหมือนประยุทธ์อ่ะ สร้างบันได ทำรัฐประหาร แต่ไม่มีความฝันอะไรเลย จะพาประเทศไทยไปไหน มันก็จบ มีอำนาจ แต่ไม่มีความฝัน จะทำการเมืองหรือจะเคลื่อนไหวอะไร ก็ต้องมองให้ครบทุกกระบวนการ ไม่งั้นจะมีสภาชุดไหนมา ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

ความสำเร็จครั้งนี้ของ พรบ.สุราก้าวหน้า จะส่งผลต่อพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งใหญ่แค่ไหน

อย่างน้อยเราก็ Achieve something นะ มันก็เป็นผลงานที่คนส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้ว่ามันยาก แต่เราก็ตั้งใจจริงๆ ถ้าเห็นความตั้งใจของเรา ก็คงส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ไม่มากก็น้อย ก็คงมีผลแหละ ดีกว่าไม่ทำ ดีกว่าไม่ผ่าน ดีกว่าไม่มีอะไรอยู่แล้ว

ทำไมคราฟท์เบียร์เมืองไทยไปโตที่เมืองนอกเยอะมาก 

มันไม่ได้โตที่เมืองนอกนะ มันต้องไปทำเมืองนอก เพราะกฎหมายบ้านเรามันไม่เอื้อ ก็ต้องไปทำเขมร ลาว เวียดนาม ไต้หวัน ออสเตรเลีย อเมริกา เบลเยี่ยมยังมีคนไปต้มเลย มันก็น่าเศร้าไง เวลาไปพูดกับใครในวงการเบียร์ เวลาไปงานประชุมเบียร์ Beerfest Asia อะไรแบบนี้ ตอนนั้นทุกคนเขาตลกมาก ทำไมทำไม่ได้ ไปพูดที่ไหนมันก็อาย จริงหรอ ทุกคนมองว่าคนไทยสนุก มันก็น่าจะทำได้ดิ แต่ดันทำไม่ได้ ตลก แต่ตอนนี้ทุกคนเขาก็เข้าใจแล้ว ทุกคนที่ชอบเบียร์เขาก็ชอบมาไทย อย่างเมื่อก่อนที่ทำบาร์ เจ้าดังๆ เขาก็มา เขาอยากมาต้มเบียร์เมืองไทย

แล้วการโฆษณาสุรา เมื่อไรจะก้าวหน้า

ก็นี่แหละมันเป็นสเต็ป ถึงบอกว่ามันหลายสเต็ปมากที่เราจะต้องทำต่อ มันเป็นคนละ พรบ. แต่จุดนี้ภาคประชาชนเขาก็ทำกันอยู่นะ เขาก็มีร่างฯ ของเรื่องนี้ขึ้นมา ก็รอของรัฐบาลด้วย แต่ไม่รู้จะทันรึเปล่า 

นอกจาก พรบ.สุราก้าวหน้ามีเรื่องอะไรอีกไหมที่เราต้องทำ

โห มันยังมีอีกเยอะเลย Sex Worker, Sex Toys หรือหนังโป๊ก็จะจ่อคิวอยู่ ที่มีตอนนี้ก็ 4 ฉบับมั้ง กัญชาฉบับประชาชน มีแก้อาญาเรื่องหนังโป๊กับ Sex Toys สุราก้าวหน้า แล้วก็มีเรื่องแก้ พรบ.เกี่ยวกับ EIA คือทำ EIA แล้วก็ตั้งกองทุนเยียวยา ที่ทำคอนโดแล้วมีปัญหา ก่อนหน้ามีชาวบ้านร้องเข้ามา คือเหล็กมันตกลงมา อะไรแบบนี้มันเยอะมาก เขตคลองสาน ฝั่งธน คอนโดเอย รถไฟฟ้ามันเยอะมาก และนี่คือปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางนิติฐานะ บริษัทใหญ่มาสร้างคอนโดตรงชุมชนชาวบ้าน แล้วคนไปสู้อะไรไม่ได้ เราก็ต้องปกป้องเขาตรงนี้ แล้วโครงการมันพันล้านหรือ หมื่นล้าน ก็ควรจะมีกองทุนที่จ่ายค่าเสียหายไหม สัก 10-20% ก็ได้ แล้วกองทุนนี้จะอยู่กี่ปีก็ว่ากันไป หรือบังคับทำประกันไหม ถ้ามีความเสียหาย

แล้วก็มีเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอีก แล้วก็เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่จริงๆ ช่วงนี้เราจะมาทำนโยบายค่อนข้างเยอะ ก็เป็นช่วงที่น่าจะทำนโยบายมากขึ้นแล้ว พรบ. อื่นๆ ก็คงไว้ก่อนสักพัก จริงๆ ก็พึ่งมาปีสุดท้ายนี่แหละ ที่มีร่างฯ ของ สส. ฝ่ายค้านได้เข้าเยอะขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีแต่ร่างฯ ของรัฐบาล ถ้าเราเป็น สส.อีกสิบสมัยก็คงทำได้แหละ

ผลักดันเรื่องนี้มานาน เคยเหนื่อยหรือท้อบ้างไหม

ท้อดิ มันท้ออยู่แล้ว เป็น สส. มันไม่ได้สบายเลยนะ มันเหนื่อย และก็ Burnout สะสม ทั้งเรื่องโควิด เรื่องชาวบ้าน คนชมก็น้อยมาก มันไม่ค่อยมีคนชมหรอก มันเหมือนทนายหรือหมอ คุณสบายดีคุณไม่ไปหาหมอหรอก ไม่มีคดีความก็ไม่ไปหาทนายหรอก ไม่มีแบบ เฮ้ย สส.มากินหมูหันด้วยกันสิ ไม่มีหรอก มีแต่ เฮ้ย น้ำไม่ไหล ไฟดับ ส้วมเต็ม ทะเลาะกันบ้าง บางทีคนไม่เข้าใจว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ สส. แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้แทน เราก็ไป 

จริงๆ มันก็ดีครับ แต่บางทีมันก็เยอะเกินไป ส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัว แล้วเราพึ่งแต่งงานกับแฟน เครียด เหนื่อย  เราไม่มีเวลา เราเดินทาง เราทำงานเยอะ ก็พยายามเคลียร์ตัวเองด้วย ตอนนี้ทุกอย่างมันเยอะเกิน ก่อนหน้านี้เราพอว่างอยู่ เพราะติดโควิด และมันมีเลือกตั้ง กทม. เราก็ไปยื่นอะไรไม่ค่อยได้ เราก็เลยเร่งทำงานตรงนั้น และริเริ่มนโยบายต่างๆ เดินทางไปเจอเครือข่ายต่างๆ  มันก็กินเวลาไปค่อนข้างเยอะ

จากวันที่ต้มเบียร์เองที่บ้าน จนมาถึงการเป็น สส.ผลักดันเรื่องนี้ในสภา คิดว่าเรามาไกลแค่ไหน

โห เยอะ  จริงๆ แค่ผ่านวาระแรกมันก็เกินฝัน มันก็เป็นก้าวอีกสเต็ป ถ้าไม่มีพรรค ไม่มีโอกาสแบบนี้ มันก็ยากนะ ถ้าจะให้คนอื่นมาพูดเรื่องเหล้าเบียร์มันก็คงไม่ดีเท่าเราหรอก มันก็เป็นโอกาสที่เราต้องทำให้เต็มที่

การตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลต่อการทำงานของเราแค่ไหน

ต้องขอบคุณเลย เช่น เพจประชาชนเบียร์ พวกพี่ส้ม จริงๆ ก็เป็นคนชิมเบียร์ให้เราตั้งแต่แรกๆ นะ แล้วก็มาสนับสนุน แล้วก็ไปเกิด Movement มีม็อบคณะราษฎร มีไปต้มเบียร์กันในม็อบ ถ้าเราไม่เป็น สส. เราก็คงอยู่ในนั้น

ทุกคนก็เข้าใจ ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนนะ แม้แต่เครือข่ายต่อต้านสุราบางรายเขาก็เข้าใจนะ ว่ามันเป็นเรื่องของรายย่อย เขาจะไปตอบสังคมได้ยังไง ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของภาคประชาชน

อยากขอบคุณใครเป็นพิเศษไหมสำหรับความสำเร็จในครั้งนี้

โห ขอบคุณทุกคนนั่นแหละ ไม่มีใครเป็นพิเศษหรอก ขอบคุณกรมสรรพสามิตด้วยซ้ำที่มาจับเรา ไม่งั้นมันก็ไม่เป็นข่าว ทุกอย่างมันคือ Butterfly effect ขอบคุณตัวเองที่เซย์เยสกับทุกอย่าง เราไม่ค่อยปฏิเสธอะไรใคร อันนี้มันก็ดีทั้งร้ายนะ แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เป็นคนแบบนี้ และได้มาทำอะไรแบบนี้ การที่เราได้โอกาสและทำมันได้  มันไม่ง่ายนะ อย่างตอนทำพรรคแรกๆ ก็ไม่ง่าย ทำงานพรรคมาเราก็ภูมิใจนะ เห็นตั้งแต่มีกันสามสิบกว่าคน และยังไม่มีอะไรเลย ผลิตแก้วออกมา เฮ้ย แก้วแม่งเท่ว่ะ ทำโปรดักส์มาดี แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว เราขอบคุณแม้กระทั่งรัฐบาลหรือคนที่โหวตไม่เห็นด้วยที่อยู่ในสภาเมื่อวานด้วยซ้ำ เพราะถ้าไม่มีคนโหวตไม่เห็นด้วย องค์ประชุมสภาเมื่อวานจะไม่ครบ ก็ขอบคุณคนที่ไม่เห็นด้วยเพราะทำให้เรามีโอกาสอธิบายให้เขาฟัง ซาบซึ้งทุกคนอยู่แล้ว ทุกคนพิเศษหมดอยู่แล้ว ขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะศัตรู หรือมิตร ทุกอย่าง

บทเรียนที่ได้จากการผลักดัน พรบ.สุราก้าวหน้า

อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ไม่แน่เขาอาจให้ประโยชน์แก่เรามากกว่าคนที่เห็นด้วยกับเราด้วยซ้ำ ตอนเราเป็นคนต้มเบียร์มาก่อน เราก็จะด่าพวกที่ต่อต้านเหล้า แล้วเราไม่มีความเข้าใจ ทุกอย่างมันคือการเมือง คือการเจรจา คือการพูดคุย แต่บางทีเรามีอคติอะไรบางอย่างที่ทำให้เราไม่คุยกับเขา ทั้งๆ ที่บางทีพอคุยกันมันก็มีจุดร่วมกันเยอะเยอะ สุดท้ายสังคมมันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของการพูดคุยเป็นเหตุเป็นผลกัน 

หากภารกิจในผลักดันสุราก้าวหน้าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ยังมีความฝันอะไรอีกไหม

ทำเบียร์อยู่ริมชายหาด อยากไปอยู่เขาหลัก วันไหนไม่ทำเบียร์ก็เล่นเซิร์ฟ ไปดำน้ำฟรีไดฟ์ ยิงปลามาขายที่บาร์ตัวเองตอนเย็น แล้วก็คงช่วยงานพรรค อยากทำเบื้องหลังมากกว่า แล้วก็อบรบคนทำเบียร์ ยกระดับวิชาชีพ

Content Creator

Photographer

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า