fbpx

‘วงกลมแห่งการระดมจินตนาการ’ รู้จัก Zircle Musik ค่ายใหม่ของ Boxx Music และการก้าวออกนอกกล่อง

ไม่มีใครไม่รู้จัก Boxx Music 

เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงไทย ต่อให้คุณไม่รู้จักค่ายนี้ เราก็เชื่ออย่างยิ่งว่าคุณจะต้องรู้จักศิลปินในค่าย อย่าง อิ้งค์ วรันธร, Serious Bacon, POY PORTRAIT, COPTER, บีน นภสร, ฝ้าย ปัถยา, MAIY, MARC, NANN, O-PAVEE, ONE ONE และ The Kastle ไม่คนใดก็คนหนึ่ง 

ด้วยศิลปินกว่า 12 คน พร้อมเวลากว่า 6 ปี ที่ค่าย Boxx Music ภายใต้สังกัด Muzik Move ได้สร้างทิศทางและพื้นที่แก่คนดนตรี เพื่อให้พวกเขาทดลองและส่งต่อสิ่งที่รักให้กับแฟนๆ และผู้ฟัง ดังที่พวกเราได้รับในซิงเกิ้ลพิเศษ ‘เธอๆ เรามีอะไรจะบอกซึ่งนอกจากจะเป็นการเอาชื่อเพลงของทุกคนมาร้อยเรียงต่อกันเป็นเนื้อเพลงแล้ว เพลงนี้ยังอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกขอบคุณของศิลปินทุกคน ที่แฟนๆ ให้ความรักและการสนับสนุนค่ายตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้อีกด้วย

พี่พล-คชภัค ผลธนโชติ Director-Music Business ของค่าย หรือที่เรารู้จักกันในฐานะมือกีต้าร์จากวง Clash เล่าว่าตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่เขาโดดมาทำหน้าที่เพื่อสร้างค่ายกล่องดนตรีให้เป็นธุรกิจที่แข็งแรงนั้นไม่ง่าย แต่เวลาและความสำเร็จก็ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือของทั้งศิลปินและตัวเขาอย่างชัดเจน จนเขามองว่าถึงเวลาแล้วที่กล่องดนตรีกล่องนี้ จะเปิดออกเป็นพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อตามหาความเป็นไปได้ที่น่าจับตามองให้กับวงการดนตรีไทย

จากสี่เหลี่ยมสู่วงกลมแห่งความคิด จาก Boxx Music สู่ Zircle Muzik

จากกล่องดนตรีสู่การล้อมวงทางความคิด

จุดเริ่มต้นของ Zircle Muzik มันเกิดจากการที่เราอยากมีพื้นที่เพื่อซัพพอร์ตน้องๆ ซึ่งอยากเป็นศิลปินในเจเนอเรชั่นนี้ แล้วไม่ได้เพิ่งคิดตอนนี้นะว่าเราจะทำค่ายใหม่ อันนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่แล้ว (2021) คนที่เข้ามาสะกิดผมคือพี่ บอม (ดนุภพ กมล) พี่เขาเข้ามาพูดคุยกับพี่ผมและพี่ตั๊กที่เป็น Promoter ของ Boxx Music บอกว่าผมกับพี่ตั๊กเนี่ย ควรจะสร้างอีกพื้นที่นึงให้น้องๆ ที่เขาโฟกัสความเป็นแบนด์เป็นวง แล้วพี่เขาก็มองว่าตัวผมเนี่ยโตมากับความเป็นแบนด์ เคยโปรดิวซ์วงมา แต่ตอนนั้นงานเราเยอะมาก เลยต้องขอคิดก่อน

คือการทำค่ายเพลงเนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ มันมีหลายองค์ประกอบ เราก็ค่อยๆ ไตร่ตรองหาวิธีการในการทำค่ายเพลง แล้วก็หาจุดบอดต่างๆ ซึ่งก็ได้ประสบการณ์มาจากตอนที่ทำ Boxx Music นั่นแหละ อะเราก็ลิสต์ทุกอย่างไว้ ระหว่างทางนั้น ผมก็คุยกับพี่ตั๊กตลอดว่าถ้าเราเปิดค่ายเพลงใหม่ เราจะทำมันยังไง รูปแบบเป็นแบบไหน แต่ก็ตกลงกันว่า อะเริ่มจากชื่อค่ายก่อนแล้วกัน 

แนวคิดหลักของค่ายใหม่เราเลยคือ เน้นศิลปินตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป เพราะ 1-2 คนเรามีใน Boxx Music แล้ว แนวคิดของเราชัดเจนมากว่าจะไม่ทำอะไรก็ตามที่ซ้อนทับระหว่างค่าย ส่วนตอนหาชื่อ ด้วยความที่เราชอบเรขาคณิต แล้ว Boxx เนี่ยเป็นสี่เหลี่ยม เราหาหลายชื่อมากเลยนะจนมาตกที่คำว่า Circle 

คือวงกลมเนี่ย มันตอบโจทย์และกับการที่เราต้องการทำวงดนตรี แล้วตอนนั้นเราได้ข้อมูลเรื่องอัศวินโต๊ะกลมมาด้วย ผมฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจ ซึ่งความเท่าเทียมก็ไปเกี่ยวกับพื้นที่วงกลม คือเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกเสียงอย่างเท่าเทียมกันเต็มที่ เวลามันเป็นวงน่ะ มันต้องช่วยกันคิดอยู่แล้วว่าจะเล่นออกมายังไง ให้คนที่ฟังเราเข้าใจสิ่งที่เราคิดที่เราอยากจะสื่อ พอถามพี่ตั๊ก พี่ตั๊กก็ชอบแนวความคิดนี้เหมือนกัน ส่วนพี่ท็อปที่เป็น promoter ก็มองว่าวงกลมคือความเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมิตรภาพ และเป็นเอกภาพที่สุดในเรขาคณิตด้วย พวกเราคิดว่าชื่อนี้ก็ไม่เลวเพราะมีจุดร่วมที่ตรงกัน  เราก็กลับไปทำการบ้านสักพักหนึ่งจนกลั่นกรองออกมาได้เป็นชื่อ Zircle Muzik ซึ่งตัว Z เราก็เอามาจาก Z ของค่าย Muzik Move เพื่อเสริมความเป็นยูนีค และตัว Z ก็ทำให้ดูมีความซิ่งความพุ่งอยู่ในนั้น ตัว C มันดูมนๆ เกินไป (หัวเราะ) นี่คือที่มาที่ไปของชื่อและทำให้เกิดพื้นที่นี้ครับ

ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ค่ายตามหา

เรามองหาวงดนตรีครับ ไม่ว่าจะเป็นแนวป็อป, ป็อปร็อก, ร็อก หรือแม้แต่ป็อปติดความเพื่อชีวิตนิดนึง คือเรายังไม่ได้วางแนวเพลงชัดๆ ไว้ขนาดนั้น เพราะรู้สึกว่าวงดนตรีมันสามารถผสมได้หลายแบบ ทุกวันนี้เราก็เห็นว่าแนวดนตรีทั่วโลกมันผสมกันหลายอย่าง จนเราแยกออกยากมากว่าตกลงเขาคือวงอะไรกันแน่ ยกตัวอย่าง Bring Me the Horizon จากวงที่เป็นตัวหลักของฝั่ง Metal Underground จนกลายเป็นตัวหลักของฝั่งแมสไปแล้ว วิธีการผสมซาวด์ต่างๆ ของเขามีความเป็นฮิปฮอป ผสม EDM แต่ว่าสุดท้ายมันคงเป็นความท้าทายของเขาอย่างนึง 

ค่ายนี้ผมก็มองว่าไม่ได้จะต้องร็อกจ๋านะ แต่ผมมองว่าต้องเป็นน้องๆ รุ่นใหม่ที่สามารถผสมสิ่งที่ตัวเองชอบ ออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อมแล้วนำเสนอออกไป พอคิดได้จุดนี้เราก็เปิดการแข่งขัน Zircle Band Competition เพื่อตามหาศิลปินที่จะมาอยู่ในพื้นที่กับเรา แต่ว่า ad แรกของค่ายผมโคตรจริงใจเลยนะ ผมบอกว่าไม่มีศิลปินแต่ผมมีพื้นที่แล้ว ผมต้องการหาศิลปิน คือการทำค่ายเพลงปกติก็ต้องมีศิลปินตัวตั้งมาก่อนแต่ผมไม่มี ผมเป็นคนทำพื้นที่ ผมอยากทำพื้นที่ให้น้องเขามาวิ่ง ถ้าน้องคนไหนเห็นว่าพื้นที่นี้น่าสนุกก็ลองมาวิ่งเล่นดู 

ผมคิดว่ามันเป็นแนวคิดที่โคตรดิบ โคตรซื่อ อีกอย่างผมว่าเราเป็นพวกชอบหา อย่างตอนทำ Boxx Music เราอาจจะมีศิลปินอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ว่าเราอาจจะไม่ได้สายร็อกหรือกำหนดแนวเพลงขนาดนั้น เราอยากหาเจเนอเรชั่นใหม่ อยากหาเคมีที่เขาตรงกับเรามากกว่านั้น

พื้นที่ในการแสดงออกที่เปิดกว้างกว่าเมื่อก่อน 

ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนตอนที่ผมยังอยู่ข้างหน้าบอกได้เลยว่าวันนี้อิสระขึ้นเยอะ เมื่อก่อนตอนที่ผมยังเป็นวัยรุ่นมันต้องเป็นแนวนี้เฉพาะเจาะจงเท่านั้น เมื่อก่อนไม่มีอินเทอร์เน็ต โลกของผู้เสพมันยังไม่เปิด ยิ่งเพลงต่างประเทศนี่ น้อยมากเลยที่จะไหลเข้ามาให้ฟัง แม้แต่เราที่เป็นศิลปินเองก็มีให้ฟังไม่เยอะ นี่เป็นข้อนึงที่ต่างมากๆ 

วันนี้การเป็นศิลปินเป็นอะไรที่โคตรสนุก เพราะโลกมันเปิดแล้ว น้องๆ ทำเพลงภาษาอังกฤษได้ ผมโคตรเชียร์เลย บอกว่าใครอยากทำเพลงภาษาอังกฤษนี่เดินมาเลย รวมถึงน้องๆ ในค่าย Boxx ด้วยนะ อีกข้อที่ต่างคือความเปิดกว้างทางการผลิตงาน ตอนนี้มันผ่านยุคเสพฟรีไปแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ผมขอบคุณ เวลาผมไปรายการไหน ผมก็จะขอบคุณผู้ฟังในเจเนอเรชั่นใหม่นี้มากๆ ผมเจอยุคที่ขายเทปแล้ว MP3 บุกแล้วเราทำอะไรไม่ได้เลย ศิลปินในยุคนั้นก็รับกรรมทนไป กฎหมายทำอะไรไม่ได้เลย เป็นจุดนึงที่ทำให้เห็นวันนี้แล้วดีใจ รู้สึกขอบคุณแฟนเพลงของทุกๆ ศิลปิน ไม่ใช่แค่ค่าย Boxx Music นะ อันนี้เป็นเรื่องที่ดีแล้ว น้องๆ ซื่อสัตย์ สมัครแพคเกจต่างๆ เพื่อฟังและสนับสนุนศิลปินที่ตัวเองชอบจริงๆ แม้ตัวเลขจะไม่ได้เหมือนขายเทปล้านตลับ แต่มูลค่ามันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ music streaming ทั้งหมดของอุตสาหกรรมเพลงมันเติบโต เราเจอสภาวะโควิดมาตัวเลขออฟไลน์ต่างๆ ก็เดี้ยงไป แต่มันมีแสงที่ปลายอุโมงค์จริงๆ

ตัวตนใหม่แต่ยังแน่วแน่ในอุดมการณ์เดิม

โครงสร้างของ Zircle ทุกอย่างเหมือน Boxx หมดเลยครับ เรียกว่าเป็น Label หนึ่งไม่ใช่แค่พื้นที่ธรรมดา เป็นพื้นที่เพื่อให้น้องๆ ได้มาสนุกกัน แต่ในส่วนการจัดการหลังบ้าน เรามี Promoter เรามี Art Director มี Creative เรามี Admin ก็คือโครงสร้างแบบค่ายเลย ที่ต่างกันจริงๆ มันคือรูปแบบการจัดการศิลปิน การ recruit หรือการ grooming แตกต่างออกไปต่างหาก เหตุผลมันคือเพราะเรากำลังสร้างพื้นที่ใหม่ พวกเราเองและน้องๆ ก็ต้องหาวิธีในการทำงานกับศิลปินที่แตกต่างกันออกไป เราไม่เคยกำหนดว่า ศิลปินที่เข้ามาอยู่ใน Zircle Muzik ต้องทำเหมือนกัน เราเลือกเขาเพราะเขาเป็นเขา แล้วเราก็คิดต่อเลยว่าเขาจะเข้ากับเรายังไง 

โครงสร้างนี้เราเรียนรู้จากการทำ Boxx Music เรารู้ว่าเราทำทุกอย่างเป็นแพทเทิร์นไม่ได้ อิ้งค์ก็โปรโมทแบบอิ้งค์ พี่ปอยก็โปรโมทแบบพี่ปอย ทุกคนมีพื้นที่ที่แตกต่างกัน Zircle Muzik ก็แตกต่างจาก Boxx Music แค่วิธีการทำงานล่ะนะ บุคลากรที่ทำงานก็ยังอยู่ใน Boxx นั่นแหละ เรามาแยกกันแค่ตรงนี้

6 ขวบแห่งการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

พอเราทำ Boxx มาถึงจุดนี้ เราเจอการเปลี่ยนแปลงเยอะมากนะ เราค่อยๆ เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เหมาะกับศิลปิน Boxx Music ในตอนแรกเราปักไว้เลยว่าต้องเป็นอินดี้ป็อป อินดี้ในที่นี้ไม่ได้ต้องจัดขนาดใครก็เข้าถึงไม่ได้ จับต้องยาก แต่เราคิดว่าเราอินดี้ได้ด้วยวิถีการทำงาน เรามีอิสระให้น้องๆ ทำเพลง แน่นอนว่าน้องๆ ที่เรา recruit เข้า Boxx เซ้นส์แรกที่ผมเห็นคือเซ้นส์ของดนตรีป็อป แต่วิธีการนำเสนอให้มันเป็นรูปแบบของเขาเอง 

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงป๊อป ชอบเพลงเข้าใจง่าย แต่ต้องเท่นะไม่ใช่มาแบบแบนๆ อย่างน้องๆ ทุกคนที่อยู่กับเรา เวลาผมฟังเดโม่ มันก็จะมีจุดที่ผมรู้สึกตลอดเลยว่า เออเจ๋งว่ะ เราเริ่มจากอินดี้ป็อป เราตั้งเป้าหมายไว้ที่ Cat Radio จนถึงวันที่ Cat ตอบรับเรา 

เราเดินทางต่อมาเรื่อยๆ โดยที่ผมจะบอกทุกคนเสมอว่า ‘เราจะพยายามไม่แมส’ เราจะทำเพลงแบบที่เราอยากทำ ถ้ามันแมสมันจะแมสไปเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ครบ 6 ปี เราสรุปได้ว่าเราเป็น Urban Pop ซึ่งเปลี่ยนจากความคิดในวันแรกพอสมควรเลย ผมไม่รู้นะว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่เป้าหมายของผมคือมี 10 ปี Boxx Music ถึงตอนนั้นอาจจะเป็นอีกแบบก็ได้นะ อีกอย่างผมศึกษาค่ายเพลงของพี่ๆ ที่ผ่านมา ทุกๆ ค่ายจะมีการปรับเปลี่ยนตอน 4-5 ปี ให้เข้ากับยุคสมัย หรือแม้แต่รูปแบบของศิลปินที่เดินอยู่ในพื้นที่นั้น 

Boxx to Zircle เรียนรู้ปรับตัวเปลี่ยนแปลง

ถ้าถามว่าเอาอะไรจากการทำ Boxx มาใช้บ้าง โห ดึงทุกอย่าง (หัวเราะ) คือไม่ได้ดึงเอาวิธี Boxx Music มาใช้นะ แต่เราดึงบทเรียนที่ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จมา ตอนเราเริ่มทำ Zircle เนี่ย พอเราเริ่มเราเห็น pain point เลย เราทำอันนี้แล้วมันตรงทาร์เก็ตของเรามั้ย อันนี้เป็นประสบการณ์จากการทำ Boxx Music คือเรากล้าพูดว่าประสบการณ์จาก Boxx Music ทำให้เราสร้าง Zircle ได้อย่างแข็งแรงและรวดเร็วมาก 

6 ปีที่แล้วเราไม่มีประสบการณ์ เราทำค่ายเพราะเราอยากทำค่ายว่ะ เวลาเห็นงบจะงงๆ ทุกอย่างมันประเดประดัง แต่ตอนนี้เราเห็นงบ โอเค เราบริหารแบบนี้ดีกว่า เราเอางบไปทำตรงนี้ในช่วงนี้ โฟกัสเรื่องนี้แล้วกัน มันก็โฟลว์ขึ้น ต้องขอบคุณ Boxx Music นั่นแหละที่ทำให้พวกผมได้พัฒนาตัวเอง จนตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าทีมงานใน Boxx Music แต่ละคนนี่โคตรแกร่งเพราะงานแม่งเยอะมาก

คือสรุปแบบนี้ก็ได้นะว่าไม่ใช่แค่ค่ายที่โตขึ้น แต่คนก็โตขึ้นเหมือนกัน แพลนของผมนอกจากน้องๆ เก่งขึ้นแล้ว คือการทำให้ตำแหน่งของน้องๆ แต่ละคนขยายออกไป เพื่อให้ฐานค่ายมันขยายขึ้น แล้วพอทุกคนทำจนมันสำเร็จแล้วนะ เราก็ต้องให้รางวัลทุกคนด้วย เช่น ผมกับพี่ตั๊กน่ะ จะชอบหาทริปสนุกๆ แล้วมาคุยกันทุกปีว่าผมกับทีมจะไปทะเลกันสักที่ ไปถ่มถุยกัน ปีนี้อยากทำอะไรมันส์ๆ ทริปที่เป็นไปไม่ได้ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินมัน อย่าสกัดกั้นความคิดไม่งั้นไอเดียจะไม่เกิด อยากทำอะไร อยากพีอาร์แบบไหน ว่ามาเลย 

พื้นที่ซึ่งไม่ปิดกั้นทางความคิด

เอาจริงๆ ทุกโปรเจคที่เห็นใน Boxx เกิดจากการถ่มถุยกันทั้งนั้นเลย แต่สุดท้ายมันเกิดขึ้นได้เพราะมันสนุกมาก พอเราคุยกันในที่ที่ไม่ใช่ห้องประชุม นั่งกินข้าวใดๆ ไอเดียมันก็เริ่มงอกไหลออกมา 

อย่างซิงเกิ้ลพิเศษ ‘เธอๆ มีอะไรจะบอก’ โปรเจกต์ฉลองครบรอบ 6 ปีของเรา จริงๆ เรามีแพลนที่ใหญ่มากๆ ด้วยในปีที่แล้ว (2021) แต่ด้วยสถานการณ์โควิด ผมก็ไม่อยากทำให้ทุกคนต้องมาฝืนกับสถานการณ์หรืออะไรก็ตามที่จะทำให้ทุกคนไม่สนุก ไม่สะดวก มันก็เลยต้องเลื่อนออกไปก่อน

ทีนี้โปรเจกต์นี้น่ะมันเกิดขึ้นระหว่างทาง แนวคิดคือศิลปินทุกคนของ Boxx Music ที่อยากจะขอบคุณแฟนๆ ผนวกกับตอนนั้นเรากำลังทำ Boxx from Home ทำงานแลกเพลงกันจนเปื่อยเลย ทุกคนก็รู้สึกตันๆ กัน จนได้แรงบันดาลใจจากอะไรก็ไม่รู้ ไปนั่งคุยกับพี่ตั๊กว่า ทำเพลงแบบที่เอาน้องๆ มาเขียนกันคนละท่อนมั้ย แต่น้องๆ ต้องเอาชื่อเพลงตัวเองมาอยู่ในประโยคด้วยนะ เรียกว่ายากขึ้นไปอีก โจทย์ตั้งต้นมันไม่ง่ายเลย เราเลยทำแบบไม่คาดหวังแล้วกัน 

เริ่มต้นมาต้องเขียนท่อนนึง แล้วให้คนต่อไปเขียนเมโลดี้ที่สอดคล้องกับคนก่อนหน้า เหมือนเป็น Questions and Answers ในการผลิตเพลงครับ 

โจทย์ที่ยากต่อมาคือ แล้วใครจะเรียงต่อจากใคร อันนี้ผมใช้วิธีจับฉลากเอาครับ ก็จับมันในไลน์นั่นแหละ เพราะไลน์มันแรนด้อมชื่อกับตัวเลขได้ ก็ใช้เลย ทีนี้พอจับฉลากได้ลำดับแล้ว เราก็ทำโครงสร้างเพลงคร่าวๆ ไป มี 12 คนนะ จะแบ่งท่อนยังไง ทุกคนก็จะรู้แล้วว่าตัวเองจะได้ท่อนไหน ร้องต่อใคร แต่จุดที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นอีกคือ ผมส่งทุกอย่างผ่านไลน์กลุ่ม Boxx Music แล้วก็คิดเนื้อมันเดี๋ยวนั้นเลย ใช้เวลาแต่งเพลงนี้ประมาณ 2 ชั่วโมงมั้ง แล้วตัวผมทำคอร์ดทำดนตรีให้ก่อนนะ แล้วน้องๆ ค่อยส่งเสียงผ่านไลน์มา ตอนที่น้องๆ ส่งเสียงที่ร้องมาเรื่อยๆ ผมรู้เลยตอนนั้นว่าโปรเจคพิสดารนี่เป็นไปได้ แล้วน้องๆ ทั้ง 12 คนนี่โคตรเก่งเลย และใช่ ทั้งหมดนี่เกิดจากการถ่มถุย 

จากปีที่ 6 สู่ปีที่ 10 อย่างมั่นคงและสนุกสนานในอนาคต

10 ปี Boxx Music ที่ผมอยากเห็น ผมพูดเท่ๆ เลยนะ ว่าเราจะเดินไปถึงจุดที่เป็นที่หนึ่ง ถ้าไม่ถึงเป้าก็ไม่เป็นไรนะ แต่ทำการบ้านเตรียมตัวไว้ เหมือนเราเตรียมตัวลงแข่งแหละ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็ทำเต็มที่ เป็นความภาคภูมิใจแล้ว แล้วอีกอันนึงที่ผมเห็นใน Boxx Music เลยคือความเป็นครอบครัว ผมไม่ได้จะอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตหรอกนะ สักวันก็ต้องเกษียณ แต่ว่าคนที่มันจะสานต่อก็คือน้องๆ กลุ่มนี้นี่แหละ เป็นพวกเขาที่จะสานต่อให้บ้านหลังนี้อยู่ต่อไปได้ 

ดังนั้นตอนครบ 10 ปี ผมคิดว่าเราจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีน้องใหม่ๆ เดินเข้ามา น้องๆ ตอนนี้ก็จะกลายเป็นพี่ๆ อย่างอิ้งค์อีก 10 ปีก็จะกลายเป็นเจ้ (หัวเราะ) พี่ปอยเป็นพ่อบ้าน Serious Bacon ก็จะโตมากๆ ผมอยากเห็นบรรยากาศนี้ แล้วก็คิดว่าจะได้เห็นด้วย จากเคมีและการเติบโตของน้องๆ 

ส่วนตอนนี้ Zircle ก็จะวิ่งตามไป เพราะอีก 4-5 ปีข้างหน้า Zircle ก็จะเติบโตและวิ่งตามไป ถ้าเรามาถูกทางนะ 

ค่ายเพลงที่ประสบความสำเร็จแบบไร้สูตรสำเร็จ

เพราะผมพูดมาตั้งแต่ต้นว่าเราน่ะ ไม่ปิดกั้น ความคิดของเราไม่ตายตัว ต้องสนุกเสมอ ศิลปินของเราก็ไม่จำกัดแนว Boxx นี่อาจจะมีเรื่องป๊อป แต่ยิ่ง Zircle นี่ยิ่งใหม่มากเลย โคตรจริงใจตามที่บอกไป ดังนั้นถ้าจะถามว่าเรามีสูตรมั้ยเหรอ เราไม่มีหรอกทั้งการปั้นศิลปินและการทำค่าย ผมมองแค่ว่าเขาต้องเป็นคนที่สนุก เป็นคนที่ชอบในสิ่งที่เขาทำ เพราะนอกจากเน้นเรื่องเพลงเพราะ น่าฟังแล้ว การแสดงสดของเขามันต้องทำให้เราสนุกไปกับมันด้วย

นึกถึงภาพที่ผมชอบที่สุดเลย คือผมไปเจอพี่ จีน-กษิดิษ ที่ Summer Sonic ประเทศญี่ปุ่น ปีนั้นเขาไปเล่นกับพี่สแตมป์-อภิวัชร์ ตอนนั้นผมเดินอยู่แล้วเจอพี่เขากำลังแสดงพอดี ผมนี่โผเข้าไปดูเลย จังหวะนั้นพี่เขากระโดดลงมาจากเวที แดนซ์เซอร์นี่ลงมาเต้นอยู่บนพื้น คือผมนี่แบบ โหโคตรมันส์ ผมเลยรู้สึกว่า ทั้งวงดนตรีทั้งศิลปินน่ะมันต้องมีรูปแบบนี้อยู่ในใจ ภาพจำพี่จีนสำหรับผมเลยเป็นคนที่เฟี้ยวมาก หรืออย่างพี่เล็ก-Greasy Cafe ผมเคยไปดูที่ Big Moutain ไอ้เราก็นึกว่าพี่เขาจะแบบเซอร์ๆ แต่พอถึงเวลาเล่นคอนเสิร์ตพี่เขาขึ้นไปยืนบนกลอง เล่นกีตาร์โปร่งแล้วสะบัดหัว ผมนี่ตกใจมาก ไม่เหมือนที่เคยเห็นในเอ็มวีเลย แต่มันสร้างความประทับใจให้เรามากนะที่เห็นเขาในมุมนี้ 

ดังนั้นถ้าถามว่าสำหรับผมการจะทำทั้งค่ายทั้งศิลปินมีสูตรสำเร็จมั้ย ไม่มีหรอก มันเรียกสูตรไม่ได้ ผมรู้สึกว่าแต่ละคนมีความสำเร็จที่ไม่เท่ากัน มันเลยไม่มีของแบบนั้น เราไม่เคยตั้งเลยว่ามันต้องมีสูตร 1 2 3 4 5 อย่างไร แต่เรารู้สึกเสมอว่าถ้าเรามีความสุข น้องมีความสุข ทีมงานมีความสุขทั้งในการฟังเพลงและการผลิตงาน ผมว่าอันนี้อะคือความสำเร็จอย่างนึงของผมแล้ว 

ผมบอกน้องๆเสมอว่า ‘เวลาทำเพลงอย่าคาดหวัง อย่าหวังว่ามันจะทำให้ตัวเลขอลังการ แต่พอทำเสร็จให้ถามตัวเองก่อนเลย ว่ามีความสุขมั้ย ชอบมันมั้ย ทำออกมาแล้วคนรอบๆชอบมันเหมือนเรามั้ย ถ้าเราชอบ แล้วคนรอบๆตัวเราชอบมันเหมือนกัน เม็ดเงินคือโบนัสจากความพยายามที่เราทำต่างหาก’ 

Boxx และ Zircle ไม่ใช่แค่ค่าย แต่คือครอบครัว

ด้วยความที่เราเหมือนครอบครัวมากกว่า เราเลยได้เห็นแง่มุมอื่นๆ ที่มากกว่าการทำงาน คือน้องๆ ใน Boxx Music ทุกคนเป็นเด็กหน้าห้อง ที่เรียนเก่ง ดนตรีดี แต่งเพลงเพราะ เราเนี่ยเป็นเด็กหลังห้อง เวลาเจอน้องๆ ที่ทำการบ้านมาดี เราจะรู้สึกตลอดเลยว่า เราโชคดีมากนะที่ได้น้องๆ มีวินัยมาทำงาน แต่นั่นคือส่วนของการทำงานไง เราด้วยกันจนเห็นเยอะมากๆ ว่า มันไม่ได้มีแค่ส่วนนี้นะ ส่วนที่กวนๆ มึนๆ ก็มี

ยกตัวอย่าง น้องเมือง-Serious Bacon ปกติดูเป็นคนซึมๆ นิ่งๆ แต่จริงๆ ในสตูกวนประสาทมากนะ ชอบอำ คือคนที่อยู่ด้านนอกก็ไม่เห็นหรอก แต่พอมันทำงานมันก็มีอะไรแบบนี้เรื่อยๆ หรือนอกจากเรื่องสนุกๆ เรื่องเศร้าๆ มันก็มี หลายครั้งที่น้องๆ บางคนเศร้า หรือต้องการระบาย เราก็พร้อมรับฟัง ถ้าจะร้องไห้เราก็บอกว่าร้องเลย ที่นี่มันคอมฟอร์ทสำหรับทุกคน ทั้งหมดนี้ก็เป็นมุมที่พวกเราได้เรียนรู้กันและกัน

แต่เอาจริงๆ เรื่องตลกอื่นๆ ก็เยอะครับ ภาพจำล่าสุดเรื่องพี่ O-Pavee มาอัดซิงเกิ้ลใหม่ แล้วโดนขังไว้ในห้องอัดเกือบๆ 2 ชั่วโมง (หัวเราะ)  เพราะประตูห้องเป็นประตูนิรภัย สุดท้ายต้องเรียกช่างมา แล้วให้พี่เขาขันบานสวิงออกจากด้านใน ทุกวันนี้ยังหลอนอยู่เลย 

หรือแม้แต่อิ้งค์-วรันธร ปกติมีลิปตาเป็นโปรดิวเซอร์ แต่พวก live session ต่างๆ ผมจะเป็นคนคุม คนนี้สาย Perfectionist คือร้องเพี้ยนโน้ตเดียวน้อยมาก แบบที่ผมโอเคอะ เพราะมันคือ live แต่อิ้งค์ร้องเสร็จปุ๊บ พี่พล พี่ว่าตรงนี้มัน Flat (เพี้ยนต่ำ) ไปนิดนึงป่ะ ขอร้องอีกทีนึง ผมแบบ อ้าว ไหนบอกเอา Live Session ไง แล้วก็ขยี้อยู่นั่นล่ะ สักพักจบโดยกลับไปใช้อันแรก ละบอกว่าอันนี้หนูว่ามันธรรมชาติดี อันนี้ดีกว่า (หัวเราะ) นี่คือความสนุกในสตูเวลาทำงาน เรียกว่าสนิทกันมากครับ ที่นี่เป็นคอมฟอร์ทโซนสำหรับทุกคน 

กล่องดนตรีที่ฝ่าลมฝน ของทั้งกระแสนิยมและสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

ปัญหาที่หนักที่สุดเลยคือเรื่องโควิด ตอนนั้นเราปรับแผนกันแบบเดือนต่อเดือน บางทีก็สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ปีแรกจนเข้าปีที่สอง มันมีหลายแพลนมากเลยที่เราเตรียมไว้ก่อนขึ้นปีใหม่แล้วมันล่มหมด เราก็ปรับใหม่ น้องๆ เองก็ต้องปรับตัว อย่างโปรเจกต์ Boxx from Home นี่ไม่ได้คิดมาก่อนเลย แต่เพราะเจอโควิดนั่นแหละมันเลยผุดขึ้นมา น้องๆทุกคนก็ต้องปรับแผน จากที่ตอนแรกจะทำซิงเกิ้ลตัวเอง ก็ต้องวางหมดเลยมาทำอันนี้ก่อน 

แต่พวกนี้อะปัญหาจากข้างนอก ปัญหาความเครียดก็เยอะเหมือนกัน ศิลปินบางทีก็งัดอารมณ์ออกมาทำงานไม่ได้ เกิดปัญหาคิดเพลงไม่ออก อันนี้ก็เป็นหน้าที่ผมกับพี่ๆ ทุกคนใน Boxx Music ที่ต้องช่วยปลดล็อก คลี่คลายให้ความเครียดเหล่านั้นมันลดลง บอกน้องเสมอๆ นะ ถ้ามันถึงเวลาต้องส่งก็ไม่เป็นไร เลื่อน deadline ออกไปก่อน แต่อันนี้น้อยมากครับ ส่วนมากตรงเวลากันหมดแหละ 

ก็วนกลับมาที่โควิดอยู่ดี อันนี้ทำงานยากขึ้น แต่เราก็ทำได้ว่ะ คือมนุษย์เนี่ยเป็นสัตว์สังคม เราต้องการเจอกันพูดคุยกัน ประชุม วางแผน คิดไอเดียต่างๆ อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่ยากแต่ก็ผ่านมาได้ แต่ก็ได้ข้อสรุปนะว่าหนึ่ง การเจอกันพูดคุยกันเรื่องการทำเพลงมันเร็วกว่าเยอะ คือเห็นหน้ากันยังไงก็เร็วกว่า สองรายได้ เราคนทำงานมีเงินเดือน แต่ศิลปินเขาไม่ได้มีเงินเดือนนะ พวกเราก็ต้องพยายามคิดว่าทำยังไงให้น้องมีรายได้ อันนี้เป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่ต้องทำให้น้องมีพลังเดินต่อ รักดนตรีอย่างเดียวมันอยู่ไม่ได้ มันต้องกินข้าว เราก็ต้องช่วยเท่าที่ทำได้ 

แต่เรื่องที่ดีมากๆ คือออนไลน์ ดิจิตอลแพลตฟอร์มทั้งหมดที่เกี่ยวกับเพลงมันเติบโตน่าจะเกือบ 100% ตัวเลขชี้ชัดมากเลยว่ามันดี ผมเลยบอกน้องๆ ทุกคนว่า ถ้าเราเห็นว่ามันดี เราก็ต้องทำมันอย่างต่อเนื่องนะ พอถึงวันนึงคุณอาจจะไม่ต้องทำคอนเสิร์ตแล้ว คุณอาจจะทำเพลงเพื่อสตรีมมิงอย่างเดียวก็เลี้ยงชีพได้ ซึ่งวันนี้เราได้พิสูจน์แล้วด้วยนะว่าทำได้ เราทำมา 6 ปี เราโตขนาดนี้ ดังนั้นถ้าคุณจะเริ่มทำอะไรสักอย่างด้วยความพยายามที่ชัดเจน คุณก็ทำได้เหมือนกัน เหมือนผมที่เริ่มทำ Zircle ในช่วงเวลานี้ ไม่สิ อันนี้จริงๆ ต่อให้ไม่มีโควิดก็เสี่ยงครับ (หัวเราะ) ผมว่าการลงทุนทำอะไรใหม่มันเห็นความเสี่ยง แต่ก็ต้องเห็นช่องทางที่เป็นโอกาสเช่นเดียวกัน จะบอกว่าไม่เสี่ยงคงไม่ได้หรอก แต่เราจะลดความเสี่ยงนั้นยังไง เรายอมรับข้อเสียแล้วปรับเปลี่ยนมันได้มั้ย เอาจริงๆ อาจจะเพราะผมเป็นพวกชอบสร้างด้วยมั้ง เลยไม่กลัวความล้มเหลว ผมรู้สึกว่าทุกคนมันผิดได้มันล้มได้ ล้มแล้วมันลุกเดินต่อได้ อย่างตอนต้นที่ผมบอกว่า ผมมีค่ายแต่ไม่มีศิลปิน ผมมีแต่พื้นที่ ถ้าวันใดที่มันล้มเหลว ผมก็จะยอมรับว่ามันล้มเหลวนะ แต่เราก็จะแก้และหาทางออกให้ได้ว่ามันเป็นเพราะอะไร  

ประสบการณ์จากวันที่เป็นนักดนตรี สู่การก้าวเป็นโปรดิวเซอร์เพื่อน้องๆ ศิลปิน

เราเริ่มจากการเป็นศิลปินที่อยากเป็นโปรดิวเซอร์ ช่วงแรกๆ ที่เป็นโปรดิวเซอร์ เคยทำเพลงแล้วโดนโละทิ้งหมดเลย เขาไม่เอาแล้วให้ทำมาใหม่ วันนั้นผมเดินออกจากห้องประชุมนี่โลกมืดไปเลยนะ บอกตัวเองว่าไม่อยากทำเพลงอีกต่อไปแล้ว อยากเลิกเลย แต่สุดท้ายก็มีพี่คนนึงนะมาบอกผมว่า อย่าเลิกเลย พระเจ้าสร้างมึงมาแบบนี้ ทำได้ดีแล้วนะ ทำต่อไป สุดท้ายผ่านไปสัปดาห์นึง ผมกลับไปคุยงานใหม่อีกครั้ง กลับไปถามเขาว่าอยากได้อะไร แล้วผมก็ลองทำมาใหม่ ซึ่งรอบนี้ผ่าน แล้วหลังจากนั้นเขาไม่ตรวจงานผมอีกเลย มันทำให้ทุกวันนี้ผมบอกน้องเสมอว่า ถ้าทำเพลงมาแล้วเฟลก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเฟล ไปนอนพักแป๊ปนึง ไปทำอะไรก็ได้ ตั้งสติได้แล้วค่อยกลับมาคุยกัน คนเราล้มเหลวผิดพลาด เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน หรือวันไหนที่เขาอยากร้องไห้ ผมก็บอกให้เขาร้องออกมาเลย ระบายมันออกมา เพราะมันก็มีวันที่ผมเหนื่อยจนอยากร้องไห้ออกมาเหมือนกัน แต่พอเราผ่านจุดนั้นมา เราเรียนรู้ที่จะทำแบบนี้ เราก็จะเอาสิ่งที่มันดีนี่แหละไปสอนน้องๆ ต่อ

ในชีวิตนี้ผมทำงานกับคนมาเยอะมาก ผมไม่ได้คิดทุกอย่างคนเดียว ถ้าให้พูดตรงๆ ก็อาจารย์เยอะมากแหละ แม้แต่น้องๆ เพื่อนๆ ในทีมงานทุกคนก็สอนอะไรหลายอย่าง ถ้าในส่วนของ Boxx Music แนวคิดตอนนั้นมันมาจากพี่เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ สอนพี่ต่อ-แสนคม สมคิด ทำ Clash พี่ต่อก็มาสอนผม ซึ่งก็คือแนวคิดเรื่องการไม่มองจำนวนเงินนั่นแหละ เป็นข้อความที่ดีที่ควรเก็บไว้ แล้วก็ใช้มันไปตลอดการทำงาน 

หรือจะเป็น โอ๊บ-เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ โปรดิวเซอร์ของ Clash ที่ดูแล Muzik Move Record พี่โอ๊บเป็นคนที่ทำให้คำว่าโปรดิวเซอร์ของผมมันชัดเจนขึ้น เขาเป็นคนที่ตั้งคำถามกับคำว่าโปรดิวเซอร์ของผม ซึ่งทำผมแบลงก์ไปนานอยู่ (หัวเราะ) ตอนนั้นถึงกับต้องกลับไปทำการบ้านเพื่อหาคำนิยามให้ตัวเองเลย ไปหาว่ามันคืออะไร มันทำยังไง ขอบเขตมันแค่ไหน ก็ได้รับการสะกิดจุดนี้ไป เหมือนให้เราไปทบทวนตัวเอง 

แม้แต่พี่ตั๊ก เป็นบัดดี้ผมตั้งแต่สร้าง Boxx Music กันมา ผมก็ได้ความใจเย็นของแกมาในการจัดการหลายๆอย่าง พี่ปอย-Portrait เองก็สอนแนวคิดเรื่อง การหาศิลปินเหมือนหาแฟนให้กับผมนะ เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันเยอะ เราอยู่ด้วยกันในทุกๆ โมเมนต์ ตั้งแต่ตอนร้องไห้ไปจนถึงตอนที่พวกเราประสบความสำเร็จ พี่ปอยจะคอยพูดว่า ‘ถ้าเราหาศิลปินที่เหมือนแฟน เราจะมีความสุข’ ซึ่งจริง มันไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่มันคือแนวคิดตอนที่อยู่ด้วยกัน เคมีเขาเข้ากับทีมเรามั้ย เขาจะปรับตัวอยู่กับพวกเราได้มั้ย ผมจะใช้เคมีนี้แหละในการหาศิลปินทั้งสองค่าย 

แล้วก็มีพี่ตี่-กริช ทอมมัส CEO แกรมมี่ยุคหนึ่งที่สอนผมเรื่องการบริหาร ตอนนั้นพี่เขาสอนผมว่า ‘พล มึงคิดง่ายๆ เหมือนสามเหลี่ยม หลักการ Arrange น่ะ สมมติเราจะบริหารเพลงสักเพลง เพลงนี้อยู่ตรงไหนของสามเหลี่ยม และมีโครงสร้างอะไรบ้าง มันมีการค้าขายยังไง คนร้องเป็นยังไง คิดเหมือนเวลาเราเรียบเรียงเพลง คือทำจากข้างล่างขึ้นไป จากคนฟังไล่ขึ้นไปถึงคนซื้อ’ ตอนนั้นฟังดูแล้วงงมากเลยนะ แต่วันนี้ทำเองแล้วเข้าใจ เวลาทำเพลงหนึ่งเพลงเราไม่ได้แค่ปล่อยออกไป มันมีวิธีการของมัน มันมีหลายคนหลายเรื่องราวที่สอนเราให้ทำงาน

จากวันแรกของกล่องดนตรี สู่วันนี้ที่เป็นวงกลม

ตอนนี้ Boxx Music ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าที่คิดไว้ครับ ตอนแรกผมกับพี่ตั๊กไม่ได้หวังเยอะ ผมเป็นพวกสุขนิยมที่ถ้ามันไม่มีความสุขก็คงไม่ทำ ตัวเลขทุกอย่างที่มันเติบโตตอนนี้ผมว่ามันเป็นโบนัสครับ เราพยายามทำโบนัสประมาณนี้ให้มันเดินทางไปได้ จริงๆ แล้วเมื่อก่อนมีคนฟังเพลงเราสักหมื่นสองหมื่นวิวเราก็โคตรมีความสุขละ คิดแบบซื่อๆว่ามีคนหมื่นคนมาฟังน้องเราที่อิมแพคมันก็น่าดีใจแล้ว เราเลยรู้สึกว่าทุกวันนี้ Boxx Music ก็คือโบนัสครับ แล้วผมก็มีแพชชันอยากพามันไปมากกว่านี้

ในขณะเดียวกัน Zircle Muzik ผมตอบไม่ได้หรอกนะ ว่ามันจะดีขนาดไหน แต่ที่ผมคาดหวังคือ ผมอยากมีน้องๆ มันส์ๆ สนุกๆ มาร่วมสร้างค่ายนี้ด้วยกัน จะสำเร็จมากน้อยผมไม่ได้กลัวนะ ไม่ได้หวัง ขอแค่คิดเหมือนเรา อยากสนุกไปกับเรา มาร่วมพื้นที่เดียวกับเราแค่นั้นแหละ ส่วนมันจะให้อะไรกลับมาก็ตามนั้น 

Boxx Music จากแรงกระเพื่อมในวงการเพลงไทย ก้าวสู่วงการเพลงโลก

อันนี้เราฟังแล้วดีใจมากนะ ภูมิใจ รู้สึกว่าเราได้สร้างอะไรดีๆ ให้กับวงการเพลง ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเพลงตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่เฟืองเล็กๆ เลยนะ แต่มันเป็นหนึ่งความฝันของผมเสมอมา  ในวันที่ผมตายแล้ว มันควรจะมีสิ่งนี้แหละที่ยังพูดต่อไปได้ นึกภาพสิในอนาคตคนจะพูดกันว่า 

“เมื่อก่อนจำได้ป่ะ มีค่าย Boxx Music นะเว้ย” 

ตอนนั้นผมอาจจะแก่หงัก ผมหงอกทั้งหัว อิ้งค์อาจจะอุ้มลูกก็ได้ (หัวเราะ) ดังนั้นถ้าเราสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้กับวงการเพลงไทยได้ เราจะทำต่อไปเรื่อยๆ ครับ ต้องขอบคุณที่ชอบผลงานของน้องๆ แล้วก็ต้องยกความดีความชอบให้น้องๆ และทีมงาน เพราะทุกครั้งที่ทุกคนคิดงานออกมามันสนุก แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำให้วงการเพลงมันกระเพื่อม เราแค่คิดว่าทำงานดีๆ ออกมา

ซึ่งตอนนี้เราก็ทำอะไรหลายอย่างไปเยอะนะ มีแพลนหลายๆ อย่างที่ขออุบไว้ก่อน เรามีแพลนที่จะหาทางร่วมงานกับศิลปินทั้งในและนอกประเทศเยอะเลย แต่ยังไม่บอกแล้วกันว่ามีอะไรบ้าง เอาเป็นว่ากำลังหาวิธีที่เหมาะสม เพราะผมว่าการ Collab กับต่างชาติไม่ใช่แค่เอาชื่อแต่มันต้องมีเคมีร่วมกันด้วย อย่าง Serious Bacon นี่ก็มีกลิ่นละเคยไปทำ 001 งี้ ร้องภาษาเกาหลีโอเค ผมก็มองเห็นหน้าต่างแล้วว่าอันนี้ทำได้ เราพยายามหาวิธีที่เหมาะสมกับศิลปิน แบบที่พอดีกับตัวเขา ไม่มากไม่น้อยเกินไป แบบที่ทุกคนสบายใจที่สุด ก็อยากให้รอติดตามกันครับ

เธอๆ เรามีอะไรจะบอก 

บอกทีมงานก่อนเลยนะ ทั้งทีมงาน Boxx Music และ Zircle Muzik เขาเป็นบุคคลพิเศษที่ได้สร้าง ช่วยเหลือ ทำงานให้กับศิลปิน ถ้าสมมติเป็นทหารเขาคือแนวหน้า เรามีหน้าที่ทำให้เขาแข็งแรง ติดอาวุธให้เขา นี่มันเป็นความภาคภูมิใจของทีมงาน ผมว่าหลายๆ คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเพลง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเนี่ยเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่ทำให้ศิลปินออกไปได้อย่างสง่างาม อันนี้ก็อยากให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะทำให้ศิลปินต่อไป

มุมนี้เป็นมุมหนึ่งที่ผมมองไม่เห็นนะเมื่อก่อนเพราะเป็นศิลปิน แต่พอเราเริ่มทำงานไป เรารู้แล้วว่า “หนึ่งความสำเร็จไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่เพราะองค์ประกอบทั้งหมดต่างหาก ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ”

ในส่วนของศิลปินทุกคน ก็ขอให้รักในการทำงานของตัวเอง ขอให้มีความสุขกับการผลิตผลงานดีๆ ต่อๆไป อย่างที่พวกคุณบอกว่าเราสร้างแรงกระเพื่อมในวงการดนตรี มันเป็นพลังใจที่ดีมาก ผมจะเอาไปบอกน้องๆ ว่าข้างนอกเขารู้สึกแบบนี้นะ แล้วขอให้ตรงนี้เป็นพลังงานให้พวกเราผลิตงานออกมาได้เต็มที่ ทำให้สมกับช่วงชีวิตหนึ่ง เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเวลาของแต่ละคนยาวแค่ไหน แต่เราจงทำให้เต็มที่เถอะ พอถึงวันนึงที่เรามองกลับมาตอนเราเป็นพี่ๆ แล้ว เราจะได้ไม่เสียดายแล้วบอกน้องๆ อย่างภูมิใจว่า เราทำมันเต็มที่แล้ว สำเร็จมากสำเร็จน้อยไม่เป็นไร แต่เราภูมิใจในสิ่งที่ทำ

พูดถึงคนฟังทุกคน ผมรู้สึกว่าต้องขอบคุณ ผมสามารถใช้คำว่าผู้มีพระคุณของศิลปินได้เลย ถ้าไม่มีพวกคุณทุกคนช่วยซื้อ ช่วยสนับสนุน ทุกอย่างอย่างวันนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าต้นทางมันก็ต้องดีพอให้เขาซื้อ ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนอย่างถูกกฎหมาย ในวันที่เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุน 100% เมื่อไหร่ ตอนนั้นวงการเพลงทุกที่จะดีขึ้นมากๆ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ฟังเพลงผ่านสตรีมมิงแล้ว สินค้าของศิลปิน แผ่น ไวนิล เทป หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำออกมา พวกคุณก็ช่วยซื้อช่วยซัพพอร์ต เพราะมีพวกคุณนะ ศิลปินถึงสามารถก้าวต่อไปได้ ผมขอเป็นตัวแทนตรงนี้เลยแล้วกัน ขอบคุณที่ฟังเพลงของน้องๆ ศิลปินทุกๆ คน ขอบคุณนะครับ

สำหรับน้องๆ ศิลปินในค่าย ก็ส่งเพลงให้ตรงเวลานะครับ (หัวเราะ) กลับมาดูแลพี่ๆ ในค่ายด้วย พี่ๆทำงานเหนื่อยก็ดูแลกันต่อไปนะ ขอให้มีพลังในการสร้างสรรค์งานในปีต่อๆ ไป ปีนี้มีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ซึ่งต้องใช้พลังงานอย่างเต็มที่ ก็เตรียมใจมาสนุกด้วยกันนะ ทุกคนน่ารักอยู่แล้วก็ขอให้น่ารักแบบนี้ต่อไปนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ผมขอฝากเรื่องของ Zircle Muzik ครับ อยากฝากบอกถึงน้องๆ ที่ชอบเล่นดนตรี และคิดว่าตัวเองเป็นคนมันๆสนุกๆ เดินมานะครับ ผมกำลังใช้อีกร่างนึงทำ Zircle Muzik  รอดูกันนะครับว่าเราจะสนุกขนาดไหนกับ Zircle Muzik ที่กำลังจะเกิดขึ้น

Content Creator

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า